Amazing Green Route
เส้นทางท่องเที่ยวเมืองแห่งสัจจะและไมตรี ธรรมชาติบนสันเขา บ้านเล็กริมโขง วัฒนธรรมไทดำ

เส้นทางท่องเที่ยวเมืองแห่งสัจจะและไมตรี ธรรมชาติบนสันเขา บ้านเล็กริมโขง วัฒนธรรมไทดำ

จังหวัดเลย

เริ่มต้น

เส้นทางนี้จะพาไปรู้จักกับจังหวัดเลยอย่างใกล้ชิด จังหวัดเลยตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย มีสภาพภูมิประเทศที่งดงาม อากาศหนาวเย็น รุ่มรวยด้วยวัฒนธรรม วิถีความเชื่อ และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งผืนป่า ภูเขาสูง แม่น้ำสายสำคัญของโลก เป็นเส้นทางครบรสที่ให้สัมผัสและเข้าถึงธรรมชาติอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีรูปแบบการท่องเที่ยวแบบเดินเท้าเยอะที่สุด ทั้งเดินชมพันธุ์ไม้บนภูเขา เดินชมนาข้าว เดินชมแม่น้ำ เดินชมวิถีชีวิตในชุมชน นอกจากเดินแล้ว ยังมีการปั่นจักรยานเที่ยวชมเมือง มีการนั่งรถอีแต๊กชมชุมชน เป็นการท่องเที่ยวแบบโลว์ คาร์บอนได้อย่างแท้จริง ส่วนกิจกรรมต่างๆ ของทริปเน้นด้านวัฒนธรรม ประเพณี การรักษาขนบธรรมเนียมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เช่น การวาดหน้ากากผีตาโขน การทำผาสาดลอยเคราะห์ เรียนรู้การทำผ้าห่มนวม การวาดหน้ากากผีขนน้ำ รวมไปถึงเข้าร่วมกิจกรรมในพิธีสำคัญต่างๆ เช่น พิธีแปงขวัญ เรียนรู้การทำตุ้มนก ตุ้มหนู และการเต้นแซปางของชาวไทดำ เป็นต้น การได้มาสัมผัสวิถีการอนุรักษ์ธรรมชาติของชาวเลย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม การรักษาน้ำ รักษาพื้นที่ป่า รวมไปถึงการใช้ชีวิตบนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งหมดนี้ ทำให้เส้นทางจังหวัดเลย เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าจดจำและอาจสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนหลงรักเลยมากกว่าเดิม

วันที่ 1

การเดินทางสู่เมืองเลยในวันแรก จะพาไปสัมผัสกับวัฒนธรรมความเชื่อที่มีความหมายและความสำคัญมากของชาวเลย ณ อำเภอด่านซ้าย เมืองเล็กๆ ในหุบเขาที่มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม เป็นเมืองแห่งจิตวิญญาณที่ผู้คนยังเคารพในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยังคงรักษาจารีตประเพณีต่างๆ ไว้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะงานประเพณีใหญ่ของเมือง งานประเพณีผีตาโขน เทศกาลผีตาโขน หรือชาวบ้านเรียกว่างานประเพณีบุญหลวง จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปีในช่วงเดือนเจ็ด (เดือนมิถุนายน) ที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นการบูชาเจ้านาย (จิตวิญญาณที่ปกปักรักษาบ้านเมือง) มีการละเล่นผีตาโขนเพื่อขอฝนให้ตกตามช่วงฤดูกาล พืชไร่อุดมสมูบรณ์ เป็นประเพณีที่สนุกและมีสีสัน และมีชื่อเสียงโด่งดังขจรขจายไปทั่วโลก

จุดหมายแรกของการเข้าไปสัมผัสและเรียนรู้วิถีคนด่านซ้ายคือที่วัดโพนชัย ซึ่งภายในวัดเป็นที่ตั้งของพิพิภัณฑ์ผีตาโขน เป็นแหล่งรวมประวัติ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อของชาวด่านซ้าย และที่สำคัญคือ มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับผีตาโขน ภาพเกี่ยวกับงานเทศกาล ข้อมูลสำคัญต่างๆ รวมไปถึงมีจัดแสดงหุ่นจำลองใส่ชุดผีตาโขน มีกิจกรรมวาดลวดลายและลงสีบนหน้ากากผีตาโขนขนาดเล็กให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์ ภายในวัด มีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกเกี่ยวกับผีตาโขน อาทิ หน้ากากผีตาโขนจิ๋ว พวงกุญแจผีตาโขน เสื้อยืดผีตาโขน ฯลฯ

กำเนิด “ผีตาโขน”
การกำเนิดผีตาโขนนั้น แท้จริงมีที่มาไม่ชัดเจน บ้างกล่าวกันว่าเป็นประเพณีใกล้เคียงกับการบูชาบรรพบุรุษของอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง บางที่มามีความเชื่อว่าการแห่ผีตาโขนนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและพระนางมัทรีเดินทางออกจากป่ากลับสู่เมือง บรรดาผีป่าแฝงตัวมากับชาวบ้านเพื่อส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง แต่ด้วยความอับอายในรูปร่างหน้าตา จึงแปลงตัวมาเป็นมนุษย์ แต่แปลงได้แต่ตัว หน้าตาแปลงไม่ได้ เลยต้องหาหน้ากากมาสวมเพื่อปกปิดหน้าตาไว้ ชาวบ้านจึงเรียกว่า “ผีตามคน” หรือ “ผีตาขน” เพี้ยนมาจนเป็น “ผีตาโขน” ในปัจจุบัน

ที่ตั้งวัดโพนชัยและพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน
ติดต่อคุณคันธารัตน์ มีบุญ โทร. ๐๙ ๓๓๕๖ ๔๕๓๐
หรือคุณพิมลพรรณ จันทศร โทร. ๐๘ ๓๓๕๙ ๑๘๑๙
๘๕ บ้านเดิ่น ถนนแก้วอาสา ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ๔๒๑๒๐
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๗.๐๐ น.
ฤดูกาลท่องเที่ยว: ตลอดทั้งปี

หมายเหตุ:
-ไม่เสียค่าเข้าชม หรือร่วมบริจาคตามศรัทธา
-เทศกาลผีตาโขนตรงกับเดือนมิถุนายนของทุกปี ตรวจสอบวันที่จัดงานได้ที่โทร. ๐ ๔๒๘๙ ๑๐๙๔ (เวลาราชการ)

หลังจากเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนที่วัดโพนชัยเรียบร้อยแล้ว เดินทางไปเยี่ยมชม บ้านเจ้าพ่อกวน งานประเพณีผีตาโขนจะดำเนินการไม่ได้ถ้าไม่มีผู้นำอย่างเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม และคณะพ่อแสน ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่เป็นผู้ดูแลองค์พระธาตุศรีสองรักและวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ มากว่า ๔๕๐ ปี โดยหน้าที่ของเจ้าพ่อกวนคือ เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ มีหน้าที่ดูแลรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพระธาตุศรีสองรัก และเป็นผู้ดูแลรักษาขนบธรรมเนียมแนวทางปฏิบัติให้คงเส้นคงวาตลอดมา นอกจากนี้ บ้านเจ้าพ่อกวนยังเป็นที่ตั้งของ ศูนย์วัฒนธรรมบ้านเดิ่น ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีต่างๆ ของเมืองด่านซ้ายไว้อย่างสมบูรณ์

ที่ตั้งบ้านเจ้าพ่อกวน
ติดต่อคุณถาวร เชื้อบุญมี
โทร. ๐ ๔๒๘๙ ๑๓๒๘, ๐๘ ๖๒๓๙ ๓๑๑๘
๙๔/๑ หมู่ ๓ บ้านเดิ่น ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ๔๒๑๒๐‎
หมายเหตุ: หากต้องการพบเจ้าพ่อกวน หรือเยี่ยมชมศูนย์วัฒนธรรมบ้านเดิ่น กรุณาติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย ๒ วัน

เมื่อเยี่ยมเยียนบ้านเจ้าพ่อกวนแล้ว เดินทางต่อไปยังวัดเนรมิตวิปัสสนา เป็นวัดที่ตั้งอยู่สูงเด่นบนเนินเขา มีอุโบสถศิลาแลงขนาดใหญ่งดงามตระการตา ภายในประดิษฐานของพระพุทธชินราชจำลอง และภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือเชิงช่างของชาวด่านซ้ายซึ่งใช้เวลาวาดนานถึง ๘ ปี เป็นภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติ ภาพพระเวสสันดรชาดก และภาพทศชาติ รวมทั้งมี พระพุทธรูปปางนาคปรก พระแก้วมรกต รูปเหมือนหลวงพ่อโต บริเวณโดยรอบมีการจัด ตกแต่งสวนและต้นไม้ร่มรื่นสวยงาม

ที่ตั้งวัดเนรมิตวิปัสสนา
๒๐ หมู่ ๑๔ บ้านหัวนายูง ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ๔๒๑๒๐‎
โทร. ๐ ๔๒๘๙ ๑๒๒๖, ๐๘ ๖๘๕๒ ๕๙๕๐
เปิด: ทุกวัน เวลา ๐๖.๐๐ – ๑๘.๐๐ น.

วันที่ 2

เเช้าวันนี้มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย ที่ตั้งของ “ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพเมืองด่านซ้าย” โดยจะมีทีมนักปั่นชาวด่านซ้ายพาปั่นจักรยาน เที่ยวแบบโลว์ คาร์บอน ลัดเลาะไปตามเส้นทางจักรยานจิตวิญญาณด่านซ้าย (Spirit of Dansai) ซึ่งเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม และแหล่งประวัติศาสตร์อันสำคัญต่างๆ อย่างใกล้ชิด เริ่มต้นเส้นทางด้วยการปั่นผ่านไปทางบ้านเจ้าพ่อกวน เข้าไปทางหมู่บ้านบ้านเดิ่น แวะชมบรรยากาศการเตรียมงานบุญหลวงและเทศกาลผีตาโขน โดยจะเห็นกลุ่มเยาวชนนั่งวาดหน้ากากผีตาโขนอยู่ที่ศาลาประจำหมู่บ้าน สามารถแวะเข้าไปทักทายเยี่ยมชม ถามขั้นตอนการทำหน้ากากผีตาโขน พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับน้องๆ ได้อย่างเป็นกันเอง (การเตรียมงานเทศกาลผีตาโขนจะมีเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน) หลังจากนั้นขับผ่านหอเจ้าแสนเมือง หรือหอน้อย ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตดวงวิญญาณของเจ้าแสนเมือง เจ้านายฝ่ายขวา เจ้าเมืองรุ่นแรกที่อพยพมาจากอาณาจักรล้านช้าง และปกครองเมืองด่านซ้าย แวะทำความเคารพเพื่อเป็นสิริมงคลได้

ติดต่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพเมืองด่านซ้าย
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย
ประธานชมรม : อาจารย์เฉลิมเกียรติ กิติพงศ์พิทยา โทร. ๐๘ ๔๗๙๐ ๐๐๐๙
เลขาชมรม : คุณอภิชาต ดีด่านค้อ โทร. ๐๙ ๒๙๑๙ ๙๐๒๙
หมายเหตุ: หากต้องการใช้จักรยานหรือเจ้าหน้าที่ปั่นนำเที่ยว กรุณาติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย ๗ วัน
๑๖๘ หมู่ ๓ ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ๔๒๑๒๐
เว็บไซต์ : www.dansaihospital.com
อีเมล์: dansaihospital@gmail.com

หลังจากนั้นปั่นต่อไปยังศูนย์รวมจิตใจและศรัทธาของชาวด่านซ้ายที่สำคัญที่สุด คือ พระธาตุศรีสอง รัก เป็นปูชนียสถานทรงคุณค่าที่สุดของจังหวัดเลย สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นประจักษ์พยานแห่งมิตรภาพอันดีงามระหว่างกรุงศรีอยุธยา (ไทย) กับกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) เป็นพระธาตุแห่งสัจจะและไมตรีที่ยืนยงยาวนานถึง ๔๕๐ ปี จากพระธาตุฯ ปั่นจักรยานไปทางเส้นทางลำน้ำหมัน เป็นเส้นทางโบราณที่ใช้ในขบวนแห่เจ้าพ่อกวนและเจ้าแม่นางเทียมในงานประเพณีบุญหลวง แวะบ้านเจ้าแม่นางเทียมเพื่อพูดคุยและเยี่ยมเยียน สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีต่างๆ ของเมืองด่านซ้ายได้ ต่อจากนั้นปั่นต่อไปชมบ้านเลขที่ ๑ หมู่ ๑ เป็นบ้านไม้หลังแรกของเมืองด่านซ้าย ก่อสร้างเมื่อปี ๒๔๗๐ เป็นบ้านศิลปะทรงอีสานประยุกต์ ที่ปัจจุบันยังคงสภาพเดิม ถึงแม้จะทรุดโทรมไปมาก แต่ทำให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงสถาปัตยกรรมสมัยโบราณได้แบบดั้งเดิมจริงๆ ปั่นต่อไปยังวัดบ้านนาเวียง เยี่ยมชมโบสถ์ที่สร้างขึ้นสมัยปี ๒๔๗๕ โดยชาวเวียงจันทน์ที่เดินทางมาสร้างพระธาตุศรีสองรัก บางส่วนเดินทางกลับบ้านเกิด และบางส่วนก็ตั้งรกรากอยู่บริเวณนี้ ณ หมู่บ้านนาเวียง จึงรวมใจกันสร้างโบสถ์ขึ้นมา ถึงแม้จะมีการบูรณะใหม่ แต่ก็ยังคงขนาดเล็กเท่าเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ไว้ ต่อจากนั้นปั่นผ่านไปหน้าตลาด ผ่านวัดโพนชัย และกลับสู่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย เป็นอันสิ้นสุดทริปจักรยาน รวมระยะทาง ๙ กิโลเมตรเศษ

ทำความรู้จักเส้นทางจิตวิญญาณของด่านซ้ายแล้ว แวะเติมพลังด้วยอาหารฝีมือแม่ครัวท้องถิ่น ที่อำเภอด่านซ้ายมีร้านอาหารท้องถิ่นหลายร้านที่มีรสชาติดั้งเดิมและเอกลักษณ์เฉพาะตน เมนูที่พลาดไม่ได้เพราะหารับประทานได้เฉพาะที่อำเภอด่านซ้ายเท่านั้น คือ ส้มตำน้ำผักใบสะทอน เป็นผักท้องถิ่นที่ชาวบ้านนิยมนำใบอ่อนมาหมักเพื่อให้เป็นน้ำปลาร้าจากพืช และนำไปปรุงอาหารชนิดต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูป่ามไข่ เป็นอาหารโบราณที่ชาวบ้านทำไว้บูชาพระธาตุศรีสองรัก ซึ่งปัจจุบันชาวด่านซ้ายได้อนุรักษ์ไว้และยกเป็นเมนูขึ้นชื่อให้นักชิมได้ลิ้มลอง การทำป่ามไข่เป็นการทอดไข่เจียวบนใบตองแบบไม่ต้องใช้น้ำมัน ประยุกต์ให้มีสีสันด้วยการเติมผักพื้นบ้านหลากสีลงไปให้มีหน้าตาน่าทานยิ่งขึ้น

ที่ตั้งพระธาตุศรีสองรัก
ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำหมัน ห่างจากตัวอำเภอด่านซ้าย ๑ กม. ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
เปิด: ทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๗.๐๐ น.

ที่ตั้งร้านส้มตำป้าวัลย์
๓๓๒ หมู่ ๑ ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ๔๒๑๒๐
โทร. ๐ ๔๒๘๙ ๑๒๑๕, ๐๙ ๐๓๕๓ ๐๘๑๐
เปิดบริการ : เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๕.๐๐ น.
หมายเหตุ : ปกติเปิดทุกวัน ยกเว้นติดธุระส่วนตัว กรุณาติดต่อล่วงหน้าเพื่อความแน่นอน

ช่วงบ่ายออกเดินทางต่อไปยังอำเภอภูเรือ เป็นอำเภอที่ได้ขึ้นชื่อเรื่องความหนาวและมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม โดยเฉพาะในช่วงปลายปี ต้องไม่พลาดชมดอกไม้เมืองหนาวที่แข่งกันออกดอกบานสะพรั่งสีสันสดใสตลอดรายทาง แวะชมไร่ไวน์ ซื้อผักผลไม้สดๆ รวมทั้งเห็ดหอมสดซึ่งเป็นของฝากขึ้นชื่อของที่นี่ สำหรับทริปนี้ จะพาไปทำความรู้จักกับภูเรืออีกมุมมอง ภูเรือไม่เพียงแต่โด่งดังในเรื่องของสีสันธรรมชาติ แต่ภูเรือยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญและมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของไทย บนดอยมีสตรอว์เบอร์รี่สีแดงสด บนดินมีทุ่งข้าวเขียวขจี รวมไปถึงพืชพรรณธัญญาหารที่อุดมสมบูรณ์ จุดหมายของภูเรือบ่ายวันนี้คือ ภูเรือเรือนไม้รีสอร์ท เป็นห้องเรียนธรรมชาติบนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บนเนื้อที่ ๑๕ ไร่ ส่วนหนึ่งได้ถูกเนรมิตให้เป็นทุ่งนาผืนใหญ่ มีสะพานไม้ทอดยาวไปกลางผืนนา มีฟางข้าว มีควาย มีบ้านไทเลย ที่รักษาไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ใต้ถุนบ้านจัดแสดงอุปกรณ์โบราณที่ใช้เกี่ยวกับการทำนาและวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน ตั้งแต่คราดไถนา กะโซ่ ไซดักปลา อีจู้ ข้องใหญ่ ข้องเล็ก ตุ้ม ฯลฯ ส่วนข้าวที่ปลูกเป็นข้าวอินทรีย์ที่ปราศจากสารเคมี มีห้องเรียนธรรมชาติเป็นศาลาไม้แถวเปิดโล่งมองเห็นภูเขาและทุ่งนาสวยงาม มีแปลงผักปลอดสารพิษที่ไว้ปลูกรับประทานเอง ทั้งกะหล่ำปลี ฟักแม้ว ผักกวางตุ้ง ดอกหอม ต้นหอม ผักชี ฯลฯ อีกมากมาย มาถึงที่นี่ต้องไม่พลาดรับประทานอาหารมื้อค่ำที่ปรุงด้วยผักสดๆ เหล่านี้ นั่งรับประทานแบบพาแลง มองเห็นวิวทุ่งข้าวแบบพานอรามา ที่พิเศษไปกว่านั้นตอนกลางคืนอาจจะได้เห็นหิงห้อย นั่นหมายถึงสถานที่นั้นอากาศบริสุทธิ์และมีระบบนิเวศดีเพียงพอที่จะให้หิงห้อยอาศัยอยู่ได้ ที่นี่ไม่เพียงแต่จะรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีคุณภาพแล้ว ยังเป็นแบบอย่างการใช้วิถีชีวิตแบบพอเพียงอย่างชัดเจน

ที่ตั้งภูเรือเรือนไม้รีสอร์ท
๔๗๑ หมู่ ๗ บ้านภูเรือ ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ๔๒๑๖๐
โทร. ๐ ๔๒๘๙ ๙๐๙๖, ๐๘ ๒๐๔๓ ๖๑๑๐, ๐๘ ๑๙๕๔ ๒๙๑๕
เว็บไซต์: www.phuruarounmairesort.com

วันที่ 3

ตื่นเช้ามารับอากาศบริสุทธิ์ เดินเล่นกลางผืนนา ทักทายควายน้อยที่กำลังทำงานอยู่กลางทุ่งข้าว หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว เดินทางกันต่อไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง หรือ ภูหลวง อยู่ห่างเพียง ๔๕ นาทีจากภูเรือเรือนไม้รีสอร์ท เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมรกตแห่งอีสาน คือมีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาใหญ่ และภูเขาลูกเล็กๆ ตั้งชันสลับซับซ้อน รวมไปถึงภูเขาที่เป็นหน้าผาสูงชันลาด ยอดเขาที่สูงที่สุดของภูหลวงมีความสูงถึง ๑,๕๗๑ เมตร จากระดับทะเลปานกลาง เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเลยและแม่น้ำป่าสัก บทบาทและหน้าที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง มีความเข้มงวดในด้านของการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรสัตว์ป่า ในขณะเดียวกันยังคงดำรงไว้ซึ่งกระบวนการของระบบนิเวศ เช่น แหล่งน้ำ แหล่งอาหาร นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งสนับสนุนค้นคว้าวิจัย ตลอดจนเป็นแหล่งให้ความรู้ทางธรรมชาติแก่เยาวชนและประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อสร้างจิตสำนึกในการร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ภูหลวงยังโด่งดังในเรื่องของแหล่งเรียนรู้และศึกษาธรรมชาติ เป็นศูนย์รวมของพันธุ์ไม้ และดอกไม้นานาพรรณ โดยเฉพาะกุหลาบแดง และกุหลาบขาว ซึ่งเปรียบเสมือนราชีนิแห่งขุนเขา ในทุกๆ เดือนกุมภาพันธ์ ถึงปลายเมษายน จะเห็นดอกกุหลาบแดง และกุหลาบขาวออกดอกบานสะพรั่งกระจายไปทั่วบริเวณผืนป่า มีความสวยงามตระการตายิ่งนัก นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้ป่านานาชนิดให้ชมอีกมากมาย เปรียบเสมือนห้องเรียนตามธรรมชาติที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็ว่าได้ โดยมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ๒ เส้นทางคือ

๑. เส้นทางศึกษาธรรมชาติลานสุริยัน
โดยเส้นทางนี้จะมีระยะทางเดินเท้า ๑.๘ กิโลเมตร มีลานหินยุคหินผุด มีกล้วยไม้ป่านานาชนิดขึ้นเกาะตามกิ่งไม้และไม้ดินต่างๆ เช่น เอื้องครั่งแสด เอื้องหม่อนไข่ รองเท้านารีปีกแมลงปอ สิงโตนิพนธ์ นิมมานรดี และสำเภางาม ระหว่างทางเดินจะมีจุดให้สำรวจชมธรรมชาติถึง ๒๑ จุด เช่น จุดชมกุหลาบแดง จุดชมหิน (การกำเนิดหิน) จุดชมไม้อิงอาศัย (ก๊อกมอง) จุดชมส้มสาหรือบ๊วยจีน จุดชมต้นสนสามพันปี เป็นต้น

๒. เส้นทางศึกษาธรรมชาติโคกพรหมจรรย์ ผาสมเด็จ ผาเตลิ่น และรอยเท้าไดโนเสาร์
เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทางเดินเท้ารวม ๔ กิโลเมตร จากโคกพรหมจรรย์ ที่จะเห็นทุ่งกุหลาบขาวที่บานเต็มพื้นที่ ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเมษายนของทุกปี และเดินเท้าต่อไปยังผาสมเด็จ ชมความงามของทิวทัศน์และทะเลหมอก ต่อด้วยผาเตลิ่นเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมความงามของหน้าผาหินเป็นชั้นๆ สลับกันไป รวมไปถึงทิวทัศน์หน้าผาฝั่งตะวันออก และรอยเท้าไดโนเสาร์ อายุ ๑๐๐ – ๑๔๐ ล้านปี บนแผ่นหินทรายจำนวน ๑๘ รอย นอกจากนี้ยังมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาช้างผ่าน ระยะทางเดินจากหน่วยพิทักษ์โคกนกกระบาถึงผาช้างผ่านเพียง ๑ กิโลเมตร

นอกจากเส้นทางศึกษาธรรมชาติแล้ว ยังมีน้ำตกหลายแห่งที่สามารถมาท่องเที่ยวได้ เช่น น้ำตกตาดเลย น้ำตกตาดบ่าง และน้ำตกสายทอง สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำทางไปยังน้ำตกเหล่านี้ได้

ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงนอกจากจะมีความโดดเด่นและสวยงามด้านพันธุ์พืชแล้ว ทรัพยากรสัตว์ป่ายังมีหลากหลายชนิดและมีความชุกชุมมาก เนื่องจากสภาพป่าเป็นป่าปิดทึบ สัตว์ป่าจึงมีการหลบซ่อนตัวได้ดี ทำให้สัตว์ป่าสามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว และมีประชากรสัตว์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี สัตว์ป่าที่สำคัญในพื้นที่ได้แก่ เลียงผา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนที่พบเพียงชนิดเดียว ช้างป่า กวาง เก้ง หมี ค่าง ชะนี กระจง อีเห็น ไก่ป่า ไก่ฟ้า และนกอีกหลายชนิด รวมทั้งเต่าปูลูซึ่งเป็นเต่าพันธุ์ประหลาดที่หายากชนิดหนึ่งของไทย

หลังจากเดินป่าศึกษาธรรมชาติ เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติอันงดงามบนยอดดอยสูงแล้ว เดินทางกันต่อไปยังเมืองเชียงคาน ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองเลยเพียง ๔๗ กิโลเมตร

การเดินทางมาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
ส้นทางที่ ๑
เ กรุงเทพฯ - จังหวัดสระบุรี - อำเภอสีคิ้ว - จังหวัดชัยภูมิ - อำเภอภูเขียว- อำเภอชุมแพ - อำเภอภูกระดึง - อำเภอวังสะพุง - จังหวัดเลย ระยะทางประมาณ ๕๖๐ กิโลเมตร
เส้นทางที่ ๒
กรุงเทพฯ - จังหวัดสระบุรี - จังหวัดเพชรบูรณ์ - อำเภอหล่มสัก - อำเภอหล่มเก่า - อำเภอด่านซ้าย - อำเภอภูเรือ - จังหวัดเลย ระยะทางประมาณ ๕๓๐ กิโลเมตร
• การเดินทางจากจังหวัดเลยไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงออกเดินทางจากตัวจังหวัดเลยไปตามเส้นทางสายจังหวัดเลย - อำเภอภูเรือ ระยะทาง ๓๖ กิโลเมตร จะถึงบ้านสานตม แล้วแยกซ้ายที่บ้านสามตมไปอีก ๑๘ กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
• สำหรับผู้ที่เดินทางโดยเส้นทางที่ ๒ ถ้าไม่เข้าตัวจังหวัดเลย เมื่อเดินทางผ่านอำเภอภูเรือไปตามเส้นทางเข้าจังหวัดเลยได้ระยะทางประมาณ ๑๔ กิโลเมตร จะถึงบ้านสามตม แล้วแยกขวาที่บ้านสามตมไปเป็นระยะทาง ๑๘ กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

ติดต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
โทร. ๐ ๔๒๘๐ ๑๙๕๕
ตู้ ปณ. ๕๒ ปทจ. เลย อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ๔๒๐๐๐
เว็บไซต์: http://phuluang.net
เฟสบุค : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง (เฉพาะภาษาไทย)
เปิดบริการ: ทุกวัน
ฤดูกาลท่องเที่ยว: ตุลาคม – พฤษภาคม
สิ่งอำนวยความสะดวก
บ้านพัก เต็นท์ ลานกางเต็นท์ ร้านค้าสวัสดิการ

ที่ตั้งร้านอาหารล้านช้าง (อำเภอเมืองเลย)
๗๗๗ หมู่ ๙ ถนนมลิวัลย์ ตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ๔๒๐๐๐
โทร. ๐ ๔๒๘๓ ๓๗๓๓, ๐๘ ๕๔๖๕ ๑๒๓๔
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา ๑๑.๐๐ – ๒๓.๓๐ น.

ณ อำเภอเชียงคาน เมืองเล็กริมแม่น้ำโขงสายน้ำอันยิ่งใหญ่ อดีตเป็นเมืองที่ทำการค้าขายข้ามแดนกับเมืองสานะคามของประเทศสปป.ลาว และเมืองอื่นๆ ของฝั่งไทย ผ่านทางแม่น้ำโขงอย่างคึกคัก มีบ้านไม้เรียงราย สงบและร่มเย็น ต่อมาเมื่อมีการคมนาคมทางถนนเข้ามาแทนที่ ตลาดเก่าเรือนแถวไม้ของเมืองเชียงคานจึงเริ่มถูกทิ้งร้างร่วงโรย ภาคธุรกิจของเมืองย้ายไปที่ถนนหลวง ทิ้งให้ชีวิตในเรือนแถวไม้ริมน้ำโขงกลายเป็นชีวิตวัยเกษียณที่เงียบเหงา

ทว่า…เมื่อมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มมาพบความคลาสสิกของเมืองเชียงคานนี้ จึงเกิดการเล่าปากต่อปาก ในที่สุดย่านเรือนแถวไม้ริมแม่น้ำโขงคึกคักขึ้นอีกครั้ง ร้านค้าเล็กๆ เริ่มเกิดขึ้น ชุมชนเรือนแถวไม้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมากกว่าเดิม เป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายหลั่งไหลมาจำนวนมาก จนเชียงคานกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายในฝันของนักเดินทางหลายคน ถึงวันนี้ ไม่ว่าเมืองเชียงคานย่านเรือนไม้ริมโขงจะมีการพัฒนาอย่างไร แต่คนเชียงคานยังอนุรักษ์ในวิถีความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมของตน ทั้งวัฒนธรรมการกิน ภาษาพูด การแต่งกาย และประเพณีความเชื่อต่างๆ อีกทั้งวัดวาอารามต่างๆ ที่ยังคงถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดี

บ่ายคล้อย เดินทางไปยังถนนคนเดินเชียงคาน (ถนนชายโขง) มาถึงเชียงคาน ควรเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมของคนเชียงคานก่อน โดยเริ่มจากกิจกรรมการทำผาสาดลอยเคราะห์ มีลักษณะเป็นกระทงทำจากกาบกล้วย ประดับด้วยดอกผึ้งที่ทำจากเทียนขี้ผึ้งพิมพ์เป็นลวดลาย สำหรับชาวเชียงคานนั้น ผาสาดลอยเคราะห์ถือเป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ เป็นความเชื่อของคนเชียงคานที่ว่าจะได้ลอยเคราะห์ ลอยโศก ลอยเคราะห์ร้ายต่างๆ ออกจากตัว รวมถึงเป็นการขอขมาพระแม่คงคาและขอพรให้ประสบแต่ความโชคดี ซึ่งผาสาดลอยเคราะห์นี้ สามารถทำได้ตลอดเมื่อต้องการกำลังใจ ไม่จำกัดวัน จำกัดเวลา เมื่อทำผาสาดเสร็จแล้ว ให้ตัดผม ตัดเล็บใส่ลงไปในผาสาด เพื่อนำเข้าสู่การประกอบพิธีพราหมณ์ พราหมณ์จะสวดให้พรเพื่อความเป็นสิริมงคล หลังจากนั้นนำผาสาดลงเรือไปลอยที่แม่น้ำโขง พร้อมกล่าวคำอธิษฐานตามวิถีคนเชียงคานว่า “ขอให้เคราะห์ของข้าพเจ้าหายไปกับไฟ ลอยไปกับน้ำ” เมื่อลอยแล้วอย่าหันกลับไปมองอีก เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการลอยผาสาด ระหว่างการล่องเรือ อิ่มเอมกับบรรยากาศยามเย็น ชมวิถีชีวิตผู้คนสองฝั่งแม่น้ำโขง พร้อมทัศนียภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เป็นบรรยากาศที่แสนสงบและน่าจดจำอย่างยิ่ง

ก่อนจะไปเดินเล่นบนถนนคนเดิน เติมพลังมื้อเย็นด้วยอาหารตำรับชาวเชียงคาน ที่ถนนชายโขง มีร้านอาหารริมแม่น้ำโขงหลายร้าน เมนูที่ขึ้นชื่อส่วนใหญ่เป็นเมนูปลาจากแม่น้ำโขง เช่น ต้มยำปลาคัง ปลาบึกผัดฉ่า หรือปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม เป็นต้น นอกจากเมนูอร่อยตามร้านอาหารแล้ว บนถนนชายโขงยังมีร้านเล็กๆ ริมทางขายอาหารหลากหลายสไตล์ให้เลือกชิมกันเกือบตลอดทั้งถนน เช่น กุ้งย่างเสียบไม้ หมึกย่าง เบคอนพันเห็ดย่าง เมี่ยงคำเสียบไม้ และเมนูสุดฮิตอย่าง ผัดไทย หอยทอด ส้มตำ รวมไปถึงขนมโฮมเมดอร่อยๆ ตั้งแต่ขนมปังสังขยา ปอะเปี๊ยะไส้ต่างๆ ไปจนถึงเครปเค้กแสนอร่อย เรียกได้ว่า เดินบนถนนเดียว ได้อิ่มครบสไตล์

กิจกรรมผาสาดลอยเคราะห์
ติดต่อคุณอมร ณรงค์ศักดิ์ (ป้านาง)
โทร. ๐๘ ๖๒๓๑ ๕๓๓๕
๒๑๙ หมู่ ๑ ซอย ๘ ถนนชายโขง ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ๔๒๑๑๐

ตะวันลาลับขอบฟ้า หลังจากที่อิ่มอร่อยกันแล้ว ได้เวลาเดินสำรวจถนนคนเดินเชียงคานอย่างใกล้ชิด หากมาเยือนเชียงคานตรงกับวันหยุดศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดเทศกาล บรรยากาศถนนคนเดินเชียงคานจะครึกครื้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะเมื่อตะวันตกดิน ถนนที่ขนาบไปด้วยเรือนไม้แถวโบราณเริ่มมีสีสัน ร้านรวงต่างๆ เริ่มทยอยออกมาขายของ มีเสียงดนตรี เสียงคนดีดกีตาร์ร้องเพลง นักท่องเที่ยวเดินกันขวักไขว่ หยุดถ่ายรูปตามมุมต่างๆ ที่แน่นอนคือจะได้ซึมซับบรรยากาศบ้านไม้ริมโขงที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเชียงคาน โดยเฉพาะช่วงซอย ๑๑ – ๑๓ ถึงแม้หลายหลังจะปรับเปลี่ยนเป็นเกสท์เฮาส์น่ารัก ร้านอาหารน่านั่ง ร้านกาแฟน่าแวะ ร้านขายของที่ระลึกแนวเก๋ทั้งโปสการ์ด ผ้าพื้นเมือง เสื้อยืด ให้ได้จับจ่ายกันสนุกมือ อย่างไรก็ตามสถาปัตยกรรมต่างๆ ก็ยังคงถูกอนุรักษ์รักษาไว้อย่างดี ส่วนบ้านที่อยู่มาแต่ดั้งเดิมคือ เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวเชียงคาน ก็คือ บ้านผ้าห่มนวมไทยนิยม และบ้านยองเส้นของป้าก้อย ซึ่งสามารถไปเลือกซื้อผ้าห่มนวม หรือจะไปให้ป้าก้อยนวดยองเส้นผ่อนคลายก่อนเข้านอน รับรองนอนหลับฝันดี

ที่ตั้งยองเส้นป้าก้อย
ปากซอย ๑๙ ถนนชายโขง ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ๔๒๑๑๐
โทร. ๐๘ ๗๐๓๗ ๖๙๖๘, ๐๘ ๔๔๒๕ ๒๔๖๓
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๒๐.๐๐ น.

ที่ตั้งร้านนิยมไทย
ถนนชายโขง ระหว่างซอย ๑๓ กับ ซอย ๑๔ ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ๔๒๑๑๐
โทร. ๐ ๔๒๘๒ ๑๒๔๖, ๐๙ ๓๓๘๐ ๑๓๒๕
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา ๐๖.๐๐ น. – ๒๑.๐๐ น.

วันที่ 4

ตื่นเช้าตรู่ราวตี ๕ เศษออกไปใส่บาตรตามวิถีของคนเชียงคาน ที่นี่มีขนบธรรมเนียมการใส่บาตรพระคือ จะใส่แต่ข้าวเหนียว โดยปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนเล็กๆ ใส่บาตรพระทีละรูป และจะไม่ใส่กับข้าวอื่นใดหรือเงินในบาตร ควรแต่งกายให้เรียบร้อยระหว่างใส่บาตร ส่วนกับข้าวนั้น ชาวบ้านจะนำไปถวายที่วัดหลังจากที่ใส่บาตรเสร็จแล้ว

หลังจากอิ่มบุญกันแล้ว เดินทางไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตคนเชียงคานที่ตลาดเช้า พร้อมรับประทานอาหารเช้าแบบคนเชียงคาน เช่น ข้าวจี่ ปาท่องโก๋ยัดไส้ ข้าวเปียกเส้น และข้าวปุ้นน้ำแจ่ว วิถีของคนเชียงคานนั้นเรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมการกิน หรือความเป็นอยู่ ล้วนแต่อยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง สังเกตจากอาหารที่คนเชียงคานมักชอบรับประทาน เช่น แกงหน่อไม้ แกงส้มปลา ส้มตำ เอ๊าะ ซุป ผักต่างๆ ลวกจิ้มกินกับน้ำพริก ปั้นคู่กับข้าวเหนียว และแทบทุกมื้อของชาวเชียงคานปรุงจากวัตถุดิบที่หาได้ในพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องออกเดินทางไปหาซื้อที่ไหน แค่นี้ก็ถือว่าเป็นสุดยอดแห่งความอร่อย และยังเป็นการประหยัดพลังงานด้วยเช่นกัน

เอร็ดอร่อยกับมื้อเช้าเสร็จแล้ว เดินทางไปซอย ๐ ไปชมการทำข้าวหลามกระบอกยาวที่สุดในประเทศไทยกันต่อ เป็นเรื่องแปลกแต่น่ารักที่เชียงคานมีซอย ๐ และใกล้ๆ ซอย ๐ มีร้านขายข้าวหลามกระบอกยาวที่สุดของประเทศ ชื่อว่า ข้าวหลามสองพี่น้อง (ยายโหม๊ะ ซอย ๐) สามารถชมขั้นตอนการทำข้าวหลามและพูดคุยกับคุณยายเจ้าของสูตรอย่างเป็นกันเอง ซึ่งคุณยายเล่าให้ฟังว่าทำอาชีพขายข้าวหลามมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ แต่ก่อนไม่ได้ขายกระบอกยาวขนาดนี้ แต่พอเชียงคานเปิดมาเป็นเมืองท่องเที่ยว เลยเกิดความคิดการทำข้าวหลามกระบอกยาวถึงเมตรเศษขึ้นมาเป็นจุดขาย ทั้งนี้ความพิเศษไม่ได้อยู่แค่ความยาวเท่านั้น แต่รสชาติของข้าวหลามคุณยายนั้นพิเศษยิ่งกว่า คือเน้นความมันของกะทิ ไม่เน้นความหวาน ยิ่งกินยิ่งอร่อย ยิ่งกินยิ่งหอมมัน สำหรับคนเชียงคานแล้ว ในอดีตข้าวหลามคือของฝากญาติมิตร ไปไหนมาไหนมักซื้อข้าวหลามเผื่อแผ่ถึงกันอยู่เสมอ


จากเชียงคาน เดินทางไปเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทดำ ที่บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ นาป่าหนาด ห่างจากเมืองเชียงคานเพียงครึ่งชั่วโมงทางรถยนต์ ระหว่างทางแวะร้านขายของที่ระลึก “สถานีของฝาก” ที่สถานีน้ำมัน ปตท. จำหน่ายสินค้าที่ระลึกเกี่ยวกับเมืองเลย เช่น พวงกุญแจผีตาโขน เสื้อยืดผีตาโขน ผลิตภัณฑ์ทำมือจากฝีมือชุมชน ฯลฯ มากมาย เสร็จแล้ว ออกเดินทางไปยังบ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ นาป่าหนาด ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้และรวบรวมสิ่งของ เครื่องใช้ที่เป็นภูมิปัญญาของไทดำตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงเป็นที่ศึกษาค้นคว้าประวัติ เรื่องราว และภาษาไทดำ สร้างจิตสำนึกให้กับชาวไทดำให้เห็นคุณค่าวัฒนธรรมของตน และที่สำคัญที่สุดเป็นแหล่งสืบสาน อนุรักษ์ และฟื้นฟูวัฒนธรรมไทดำดั้งเดิมให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน

นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ จากชาวไทดำ เริ่มตั้งแต่ร่วม พิธีแปงขวัญ หรือบายศรีสู่ขวัญแบบไทดำ เป็นเหมือนการรับขวัญ โดยจะนำอาหารที่ประกอบด้วย ไก่ต้ม ข้าวเหนียว น้ำต้มไก่ (น้ำซุป) เหล้าขาว จัดวางใส่ขันโตก โดยมีหมอขวัญสวดหรือร้องเพลงเป็นภาษาไทดำ บอกกว่ากล่าวแก่บรรพบุรุษ เมื่อร้องจบแล้ว ให้ผู้ที่ถูกรับขวัญทานอาหารทั้งหมดพร้อมกัน (ปั้นเป็นคำ) ยกเว้นเหล้าขาวไม่ต้องทาน จากนั้นคนเฒ่าคนแก่ก็จะมาผูกข้อมือให้กับผู้ที่มารับขวัญ ต่อมานั่งรถอีแต๊กไป ชมวิถีชีวิตชุมชนไทดำ บ้านนาป่าหนาด เริ่มต้นที่ ศูนย์วัฒนธรรมไทดำ อีกแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทดำ หอเจ้าบ้าน ที่สิ่งสถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องคุ้มครองคนในหมู่บ้าน และกลุ่มทอผ้าไทดำ ที่ยังคงความเอกลักษณ์ในวิถีของไทดำ สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าทอในรูปแบบต่างๆ ได้ เสร็จแล้วร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับชาวไทดำด้วยเมนูพื้นถิ่นของชาวไทดำ เช่น จุ๊บผัก นำผักที่มีตามฤดูกาล เช่นผักแว่น ยอดหญ้าปล้อง หรือยอดหญ้าหูด นำไปนึ่ง นำไปคลุกกับเครื่องแกง ใส่น้ำปลาร้าต้ม จุ๊บไก่ นำไก่ไปต้มแยกเอาเนื้อไก่ที่ต้มแล้วฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ส่วนน้ำต้มไก่ นำไปปรุงรสกับเครื่องแกง รับประทานเป็นน้ำซุป แกงหน่อปุ้ง แกงหน่อไม้ลาว (คล้ายแกงเห็ด หรืออ่อม) ปลาปิ้งต๊บ ปลาย่างอบสมุนไพร และ แจ่วอด น้ำพริกชนิดหนึ่งรสชาติออกเค็ม ทำจากใบบอน เป็นต้น หลังจากอิ่มท้องแล้ว

ที่ตั้งบ้านต้นหล้า กลุ่มวัฒนธรรมวิถีเชียงคาน (หน้ากากผีขนน้ำ)
คุณไพรินทร์ แก้วกัญญา (คุณติ๋ม)
โทร. ๐๙ ๐๓๕๔ ๑๗๙๕, ๐๘ ๙๕๗๔ ๕๘๑๔
๗๐/๘ หมู่ ๒ (ซอย ๑๗ บน) ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ๔๒๑๑๐
เฟสบุค : Bantonlha Chiangkhan
อีเมล์ : pairin119@hotmail.com

ที่ตั้งบ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ นาป่าหนาด
ติดต่อคุณภัทราภรณ์ ไพศูนย์
โทร. ๐๘ ๔๙๒๕ ๐๗๗๑
ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ๔๒๐๐๐
เฟสบุค : บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ นาป่าหนาด (เฉพาะภาษาไทย)
อีเมล์ : taidam_loei@hotmail.com

ต่อด้วยกิจกรรม ดำนา กับชาวบ้านในวิถีของไทดำ โดยฤดูกาลของการทำนาจะเริ่มหว่านข้าวช่วงเดือน พฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม ต่อมาข้าวจะเริ่มสร้างรวงอ่อนสีเขียวในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนกันยายน และสามารถเก็บเกี่ยวได้ในเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนธันวาคม หลังจากเรียนรู้เรื่องการทำนาแล้ว มาชมการสาธิตและทดลองทำตุ้มนกตุ้มหนู ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องรางของชาวไทดำที่มีไว้เพื่อความเป็นสิริมงคล และขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป ทำจากโครงไม้ไผ่สานด้วยพรมหรือด้ายหลากสีในรูปทรงต่างๆ โดยมีความหมายของตุ้มต่างๆ ดังนี้ บ้านไทดำ เป็นตัวแทนในเรื่องความอบอุ่นของครอบครัว (ทำให้ผีมดอยู่) ตุ้มนก เป็นตัวแทนในเรื่องของการทำมาหากิน (ทำให้ผีนกอยู่) ตุ้มหนู เป็นตัวแทนในเรื่องการป้องกันภัยอันตราย (ทำให้ผีหนูอยู่) ตุ้มต่อ-ตุ้มแตน เป็นตัวแทนในเรื่องการป้องกันภัยอันตราย (ทำให้ผีต่อแตนอยู่) และ หัวใจไทดำ เป็นตัวแทนในเรื่องของความรักความสามัคคี เสร็จแล้วปิดท้ายกิจกรรมด้วยการชมการแสดงของชาวไทดำ ได้แก่ การเต้นแซปาง เป็นการแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ที่เกิดขึ้นประจำหมู่บ้าน มีการบูชาวิญญาณบรรพบุรุษให้คุ้มครองคนในหมู่บ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข หลุดพ้นจากการเจ็บป่วย โดยจะมีหมอมดเป็นผู้นำในการทำพิธีกรรม จะขับร้องร่ายมนต์เป็นทำนองเพื่อเชิญผีสางเทวดามารับเครื่องเซ่นที่ต้นปาง

ทุกรูปแบบการเดินทาง ทุกกิจกรรม ทุกสถานที่ที่ได้สัมผัสจากเส้นทางนี้ล้วนสะท้อนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีจิตอนุรักษ์ ไม่ใช่เฉพาะการท่องเที่ยวแบบโลว์ คาร์บอน ปั่นจักรยาน หรือเดินเท้า แต่คงอนุรักษ์ความเป็นอยู่แบบวิถีพอเพียง ปลูกพืชผักปลอดสารเคมี หาผักผลไม้จากท้องถิ่นรับประทาน รวมไปการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณีพื้นถิ่นให้ยังคงอยู่อย่างยั่งยืน

ที่พักในอำเภอด่านซ้าย

ภูผาน้ำ รีสอร์ท
GPS: N 17° 20.503’ E 101° 13.584’
๒๕๒ หมู่ ๑ ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ๔๒๑๒๐‎
โทร. ๐ ๔๒๐๗ ๘๐๗๘, ๐๙ ๘๑๓๒ ๕๖๖๘, ๐๘ ๑๕๕๔ ๓๓๓๐
เว็บไซต์ : www.phuphanamresort.com
เฟสบุค : Phuphanamresort Thailand
อีเมล์ : phuphanamloei@gmail.com
ภูนาคำ รีสอร์ท
GPS: N 17° 16.892’ E 101° 09.723’
๔๖๑ หมู่ ๓ บ้านเดิ่น ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ๔๒๑๒๐‎
โทร. ๐ ๔๒๘๙ ๒๐๐๕ – ๖ , ๐๘ ๘๕๘๕ ๐๔๐๖
เว็บไซต์ : www.phunacomeresort.com
เฟสบุค : Phunacome Resort
อีเมล์ : sales@phunacomeresort.com
ที่พักในอำเภอเชียงคาน

ที่ตั้งโรงแรมเชียงคาน ริเวอร์ เมาท์เทน
GPS: N 17° 53.456’ E 101° 38.179’
๔๕๑ หมู่ ๑ ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ๔๒๑๑๐
โทร. ๐ ๔๒๘๒ ๒๑๙๐, ๐ ๔๒๘๒ ๒๑๙๑
เว็บไซต์: www.chiangkhanrivermountain.com
อีเมล์ : chiangkhanriver@gmail.com
ดิ โอลด์ เชียงคาน บูติค โฮเต็ล
๒๘๘ หมู่ ๒ ถนนชายโขง ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ๔๒๑๑๐
โทร. ๐ ๔๒๘๒ ๒๑๑๙, ๐๘ ๘๓๔๐ ๓๙๙๙
เว็บไซต์ : www.theoldchiangkhan.com
อีเมล์ : theoldchiangkhan@gmail.com
เดอะรอยัลเชียงคาน บูติคโฮเต็ล
๑๙๕ หมู่ ๒ ถนนชายโขง (ระหว่างซอย ๑๕-๑๖) ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ๔๒๑๑๐
โทร. ๐ ๔๒๘๒ ๑๗๘๘, ๐ ๒๗๓๑ ๑๑๐๒ (สำนักงานกรุงเทพฯ)
เว็บไซต์ : www.theroyalchiangkhan.com
ร้านอาหารในอำเภอเชียงคาน

ร้านอาหารเฮือนหลวงพระบาง
๑๕๖ หมู่ ๒ ถนนชายโขง ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ๔๒๑๑๐
เปิดบริการ: ทุกวัน รอบแรก ๑๑.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. / รอบสอง ๑๗.๐๐ – ๒๒.๐๐ น.
โทร. ๐ ๔๒๘๒ ๑๐๔๖, ๐๘ ๙๐๐๙ ๔๓๔๕
เว็บไซต์: www.heonluangprabang.com
อีเมล์ : heonluangprabang@gmail.com
ร้านระเบียงริมโขง
๒๙๙/๔ หมู่ ๑ ระหว่างซอย ๙ และซอย ๑๐ (ล่าง) ถนนชายโขง ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ๔๒๑๑๐
เปิดบริการ: ทุกวัน เวลา ๑๐.๐๐ – ๒๓.๐๐ น.
โทร. ๐ ๔๒๘๒ ๑๕๓๒