Green Community

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรหมู่บ้านจักสานบางเจ้าฉ่า , อ่างทอง

อ่างทอง

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรหมู่บ้านจักสานบางเจ้าฉ่า

ภาพแรกที่เห็นเมื่อเข้ามาในบ้านยาง  ตำบลเจ้าฉ่า  สองข้างทางถูกจัดวางด้วยไม่ดอกไม้ประดับที่ถูกดูแลอย่างดี  ทำให้ทัศนียภาพรอบหมู่บ้านนั้นรื่นรมย์

ผลไม้เศรษฐกิจของบ้านเจ้าฉ่า  คือกระท้อนหวาน  ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดัง  ในขณะเดียวกันเมื่อฤดูกาลของกระท้อนหวานหมดลง  ชาวสวนจะผันตัวมาทำกิจกรรมจักสานไม้ไผ่และด้วยฝีมือที่ประเพณี  ทำให้หมู่บ้านจักสานบางเจ้าฉ่า  เป็นแหล่งผลิตเครื่องจักสานส่งออกระดับ  ๕  ดาว  ในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า  การใช้เครื่องจากสานนั้นมีขึ้นมาราวๆ  ๔,๐๐๐  ปีมาแล้ว  โดยเชื่อว่ามนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์นั้น  เวลาจะปั้นเครื่องปั้นดินเผา  ต้องใช้เครื่องจักสานเป็นแม่แบบ  เมื่อเวลาล่วงไป  จากที่เครื่องจักสานไม้ไผ่จะถูกผลิตแต่เพียงในรูปของเครื่องมือจับสัตว์น้ำต่อมา  ก็ถูกประยุกต์และออกแบบขึ้นให้กลายเป็นของใช้ในครัวเรือน  ทั้งกระบุง  กระจาด  และตะกร้าจึงทำให้เป็นที่สนใจและต้องการตลาด  จนกลายเป็นสินค้าที่มียอดการผลิตสูง


รู้จักลวดลายจักสานไม้ไผ่

•             ลายแม่บท  เป็นลายที่มีลักษณะดั้งเดิมและเป็นต้นกำเนิดของลายอื่นๆ

•             ลายพัฒนา  เป็นลายที่ประยุกต์เพิ่มเติมมาจากลายแม่บท

•             ลายประดิษฐ์  เป็นลายสานที่ผู้ชำนาญใช้ลายแม่บทและลายพัฒนามาเป็นหลักในการสานให้เกิดลวดลายใหม่ๆ  ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

มารู้จักวิธีการทำจักสานให้ครบ

   หลังจากที่จักตอก  สำหรับการใช้งานแต่ละแบบ  ค่อยๆ  หลาว  และนำไปตากแดดให้เรียบร้อยแล้ว  ก็ถึงขันตอนจักสาน การสาน  เป็นขั้นตอนที่ยากและต้องใช้ความละเอียดมากที่สุด  เริ่มจากการก่อฐานด้านล่างด้วยเส้นตอกสองชนิด  คือ  ตอกยืน  (ตอกตั้ง)  ซึ่งจะมีลักษณะคอดตรงกลางต่างจากตอกทั่วๆไป  และตอกนอน  (ตอกสาน)  ที่มีขนาดกว้างเท่ากันทั้งเส้นตอกปกติ  เหตุที่ต้องตอกยืนมีลักษณะพิเศษ  เนื่องมาจากเมื่อสานเสร็จจะได้ตะกร้าที่มีฐานเล็ก  และค่อยๆบานขึ้นบริเวณปาก

เมื่อสานเสร็จก็จะนำไปรมควัน  การรมควันจะทำในวันที่ไม่มีลม  ใช้ฟางข้าวพรมน้ำหมาดๆ  เป็นเชื้อเพลิงเพื่อให้เกิดควันมาก  รมจนเครื่องจักสานมีสีเหลืองเท่ากันทั้งใบ  และนำมาเข้าส่วนประกอบหวาย  มีการผูกปาก  พันขา  ใส่ฐานและหูหิ้ว สุดท้ายเป็นการถักและพัน  เพื่อเพิ่มความแข็งแรง  สวยงาม  แก่เครื่องจักสาน  ในส่วนที่ต้องการเสริมเป็นพิเศษได้แก่  ปาก  ขา  หู  การผูกและพันด้วยหวาย  จะเสริมให้เครื่องจักสานเกิดความสวยงาม


กิจกรรมริมรั้วโฮมสเตย์

   นอกจากจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องจักสานที่บางเจ้าฉ่าแล้ว  ยังมีกิจกรรมสนุกๆ  ตามแบบฉบับวิถีโบราณ  เช่นการทำขนมไทยจากวัตถุดิบที่หาได้ง่ายตามริมรั้วของโฮมสเตย์ต่างๆ  เช่น  กล้วยน้ำว้า  เป็นผลไม้ที่หาได้ง่ายและมีอยู่แทบจะทุกบ้าน  สามารถนำมาแปรรูปทำเป็นขนมไทยต่างๆ  ในขณะเดียวกันส่วนต่างๆ  ของต้นกล้วยยังนำมาใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน  ขนมไทยที่ทำได้ง่ายๆ  คือขนมกลัว  ที่มีกล้วยน้ำว้าเป็นส่วนผสมหลัก  ผสมด้วย  มะพร้าว  แป้งข้าวจ้าว  และน้ำตาลปี๊บ  ปิดท้ายด้วยการนำใบตองมาห่อขนมนำไปนึ่ง  เพิ่มกลิ่นหอมให้กับขนมยิ่งขึ้น


สัมผัสจริง  วิธีการทำขนมกล้วย

ตัวขนม

  เริ่มจากการนำกล้วยน้ำว้าสุกมาหันเป็นแว่นๆ  ขูดมะพร้าวเตรียมไว้โดยขูดแบ่งเป็นสองรอบ  ครั้งแรกนั้นเก็บไว้โรยหน้าขนมเพราะมีความหอม  หลังจากนั้นค่อยขูดอีครั้งเพื่อไว้คั้นกะทิ


ห่อขนม

   นำใบตองตากลมทิ้งไว้หนึ่งคืน  เพื่อไม่ให้แตกเวลานำมาห่อ  ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขอบมน  ขนาดประมาณสามฝ่ามือ  ตัดทางมะพร้าว  รูดใบไว้ทำเตี่ยว  ก้านไว้ใช้  ทำไม้กลัด  ทั้งหมดใช้ผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดให้สะอาด


ผสมขนม

  นำแป้งข้าวเจ้ากับกล้วยมาขยำๆ  เข้าด้วยกันและนำน้ำมันมะพร้าวจากการปอกมะพร้าวมาคั้นกับมะพร้าวขูดสำหรับทำกะทิ  ใส่หัวกะทิลงไปในแป้งที่ขยำกับกล้วยไว้แล้วค่อยๆ กะปริมาณไม้ให้เหลวจนเกินไป  จากนั้นใส่น้ำตาลปี๊บไปชิมรสไปด้วยหากยังไม่หวานก็ตฺมได้ตามความชอบ


ห่อขนมเตรียมนึ่ง

ต้มน้ำในซึ้งทิ้งไว้  พอห่อขนมเสร็จก็จะเดือดพอดี

การห่อขนมกล้วยทรงสูง

-          เลือกใช้ใบตองตรงส่วนกลางใบ  ช่วงยาวพอประมาณ  ฉีกใบตองขนาดกว้างตามต้องการ เลือกทางมะพร้าวที่มีความยาวพอดีไว้สำหรับรัดแผ่นใหญ่หงายด้านที่เป็นผิวด้านขึ้นแล้ววางอยู่ข้างล่าง แผ่นเล็กหงายด้านที่เป็นผิวมันขึ้นและวางอยู่ด้านบน พับขึ้น

-  ตัดใบตองเรียงหัวและท้ายใช้สองขนาด  ใหญ่แลเล็กวางซ้อนกัน

-  ตักขนมกล้วยใส่ตรงกลางและห่อขนมโดยพับทางซ้ายและประกบด้วยทางขวา

-  นำทางมะพร้าวที่เตรียมไว้มารัดตรงกลาง  แล้วกลัดด้วยไม้กลัด

 

อิ่มขนมแล้วเดินชมสวน

   มากมาเที่ยวบางเจ้าฉ่าช่วงฤดูกาลผมไม้  นอกจากจะได้เห็นกิจกรรมจักสานแล้ว  ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม  บริเวณบ้านเจ้าฉ่าจะเต็มไปด้วนต้นมะยงชิดที่ออกผลเหลืองอร่ามเต็มต้นและในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม  จะมีกระท้อนหวานพันธุ์ทองใบใหญ่  ของดีของบ้านบางเจ้าฉ่า  ที่ใครได้ชิมก็จะติดใจ


หมู่บ้านจักสานบางเจ้าฉ่า

กิจกรรม

(ใช้เวลา ๒  วัน  ๑  คืน)

•   เรียนรู้วิถีชุมชน

•   ชมวิธีการทำหัตถกรรมเครื่องจักสาน

•   รับประทานและชมวิธีการทำขนมและอาหารพื้นบ้าน

•   ขี่จักรยานรอบหมู่บ้านชมสวนกระท้อน

•   เลือกซื้อของฝากผลิตภัณฑ์ทำจากสมุนไพร

 

ฤดูกาลท่องเที่ยว

สามารถไปท่องเที่ยวได้ตลอดปี  เนื่องจากกล้วยออกผลผลิตตลอดปีและจะมีผลผลิตกระท้อนหวานในระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม  และมะยงชิดในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม

 

สิ่งอำนวยความสะดวก

  โฮมสเตย์

•  อาหาร  และบริการจักรยาน  สำหรับค่าบริการ  และข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ศูนย์บริการท่องเที่ยวเชิงเกษตรบางเจ้าฉ่า

๐-๓๕๖๔  ๔๗๙๑  ๐๘  ๑๙๔๗  ๒๖๓๑

 

การเดินทาง 

จากอำเภอโพธิ์ทอง  ใช้ทางหลวงหมายเลข  ๓๔๕๔  ไปทางอำเภอท่าช้าง  จังหวัดสิงห์บุรี  ราว  ๑.๕  กิโลเมตร  พบทางแยกเข้าหมู่บ้านบางเจ้าฉ่าทางขวา  ให้เลี้ยวเข้าไปราว  ๑  กิโลเมตร  จะถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว N  14  องศา  42’  08”  E 100 องศา  24’ 46”

 

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญจังหวัดอ่างทอง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  (ททท.)

สำนักงานสุพรรณบุรี  (สุพรรณบุรี  อ่างทอง  ชัยนาท) ๐-๓๕๕๒- ๖๐๓๐  ๐- ๓๕๕๒-๕๗๘๙

ตำรวจทางหลวง    ๑๑๙๓  ๐  ๓๖๕๘  ๘๕๖๓

ตำรวจท่องเที่ยว    ๑๑๕๕

Most View

ศิลปะบนเซรามิกกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี

สมุทรสาคร

ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านชนเผ่าม้งบ้านแม่สาใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่

ผจญภัยเรียนรู้อารยธรรมบ้านเชียง

อุดรธานี