Green Community

ชุมชนคีรีวง

นครศรีธรรมราช

หมู่บ้านคีรีวง
     
     “ตอนภัยแล้งเมื่อปีพ.ศ. 2539 ทำให้คิดได้ว่า คงจะพึ่งพาเกษตรอย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่จะทำอะไรดี ที่ใช้ได้ทางภูมิปัญญาที่มี และใช้สารเคมี เพราะบ้านเราเป็นบ้านต้นน้ำ”
คำบอกเล่าแสดงถึงความเอื้อเฟื้อ ถึงคนปลายน้ำจาก พี่อารีย์ ขุนทน ประธานกลุ่มผู้ก่อสร้างกลุ่มผ้ามัดย้อมแห่งบ้านคีรีวง วิกฤตน้ำแล้วในครั้งนั้นแม้จะสร้างความเสียหายทางการเกษตรอย่างรุนแรง แต่ชาวคีรีวงก็ยังมีจิตใจที่เข้มแข็งและพร้อมที่จะ
ยืนหยัดเพื่อพัฒนาบ้านเกิด และปรับปรุงเพื่อให้ผ่านปัญหาไปได้ จึงเกิดการรวมตัวเป็นกลุ่มๆ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ด้วยรู้ดีว่าทรัพยากรที่มีนั้นล้ำค่าเพียงใด
 
กลุ่มแรก กลุ่มลูกไม้  คุณค่าให้วัสดุเหลือที่ทิ้งตามธรรมชาติด้วยเครื่องประดับที่ทำจากลูกของต้นไม้ และร้อยถักด้วยเชือกเทียน แข็งแรงทนทาน แต่ละชิ้นมีความหมายตามความเชื่อของคนในท้องถิ่น เช่น ลูกกวาดส่งเสริมให้เกิดเมตตามหานิยม 
ลูกพระเจ้าห้าพระองค์ช่วยคุ้มครองสำหรับการเดินทาง หรือจะลองหัดร้อยถักเครื่องประดับด้วนตนเองก็สาสมารถทำได้
 
ข้ามถนนเหนือธารน้ำตกไปอีกฝั่ง กลุ่มผ้าบาติกลายเทียน ซึ่งจะอยู่ติดกับศูนย์กลางจำหน่ายผลิตภัณฑ์บ้านคีรีวง แต่ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งซื้อของฝาก ควรเยี่ยมชมแต่ละกลุ่มให้เข้าใจถึงกระบวนการและความเป็นมาเสียก่อนแล้วจะทราบว่า...กระบวนการและที่มาของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นของชาวคีรีวงนั้นมีคุณค่าสูงกว่ามูลค่าที่ตั้งไว้มากนัก
 
สำหรับผ้าบาติกลายเทียนนั้น เป็นการต่อยอดมาจากกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ที่จะตั้งอยู่ถัดในบ้านคีรีวง ซึ่งทางประธานกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติได้คิดหาผลิตภัณฑ์ที่มาแก้ปัญหาวิกฤตภัยแล้งครั้งใหญ่ โดยมีโจทย์ของตนเองคือ ต้องใช้วัตถุดิบที่มีในพื้นที่ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น แบะไม่ใช้เคมีเพราะจะเดือดร้อนถึงคนปลายน้ำที่อาศัยอยู่ด้านล่าง
 
ความตั้งใจนี้ถูกสนับสนุนจากมูลนิธิโกมลคีมทองทางด้านความรู้เกี่ยวกับการย้อมธรรมชาติ จึงเกิดเป็นผ้าบาติกและย้อมผ้าย้อมสีต่างๆ 
 
ผ้าติกกลายเทียนนั้น หลังการทำง่ายๆ ก็คือใช้เทียนที่มีคุณสมบัติไม่ติดสีและกันสีได้ดีนำมาเขียนเป็นลวดลายต่างๆ แล้วจึงค่อยลงสีจนทั่ว เมื่อผึ่งจนสีแห้ง แล้วจึงนำไปต้มให้เทียนละลายส่วนที่เป้นเทียนนั้นก็จะกลายเป็นลวดลายสีขาวบนพื้นสีต่างๆ
 
ลองทำผ้ามัดย้อมไปด้วยกัน!
 
• กรรมวิธีนั้นเริ่มจาก..นำไม้ชนิดต่างๆ ที่เป็นวัตถุดิบในการย้อมมาแยกแต่ละชนิดแล้วสับให้ละเอียด ต้มทิ้งไว้
 
• ระหว่างต้มสีนั้น เอาผ้าดิบไปซักทำความสะอาด
 
• เมื่อซักผ้าเสร็จแล้วนำมามัดลาย โดยลวดลายมัดย้อมของที่นี่ชาวบ้านออกแบบกันเองตามประสบการณ์ โดยพับเป็นจีบๆ แล้วใช้มีดยางพารามัดเล็กๆ สองซีกประกบแล้วใช้ยางรัดให้แน่นตามช่วงผืนผ้าที่จะวางลายได้
 
• นำผ้าที่มัดลายแล้วไปต้มในน้ำสี 3 ถึง 4 ชั่วโมง
 
• จากนั้นนำผ้าไปแกะลายและซักให้สะอาด
 
• ผึ้งให้แห้งก็สามารถนำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบต่างๆ ได้
 
 
ยิ่งรู้ยิ่งสนุก
 
สงสัย..ว่าทำไมไม้ที่ใช้หนีบลาย น่าจะสะดวกกว่าและเบ็ดเสร็จ ไม่ต้องมานั่งประกบไม้และรัดยาง?
 
คลายสงสัย..ไม้หนีบผ้ามีสปริงซึ่งเป็นส่วนผสมของโลหะ จึงทำให้ค่า PH ของสีย้อมผ้าเปลี่ยนและสีจะเพี้ยนไปด้วย รวมทั้งจะเกิดสารก่อสนิมในผ้าและน้ำที่ซักทิ้งไปสู่สิ่งแวดล้อม
 
บ้านสมุนไพร สบู่มังคุด
 
“พื้นที่ทำเกษตรเป็นทรัพย์สินที่จะมีแต่ลดลงเมื่อแบ่งให้ลูกหลานรุ่นต่อรุ่นแต่ทรัพย์สินทางปัญญาไม่มีวันหมด” คำบอกเล่าของคุณสนธยา ชำนะ ถึงจุดเริ่มต้นที่เริ่มผลิตภัณฑ์สบู่มังคุดขึ้นมา
 
เปลือกมังคุด เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่คนโบราณนำมารักษาเชื้อรา แผลเปื่อย แผลสด  โดยเอาเปลือกมังคุดลูกสุกดำ นำมาตากให้แห้งฝนกับน้ำปูนใส ใครท้องเสีย เป็นบิด กินน้ำต้มเปลือกมังคุดก็จะหาย นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของใบทองพันชั่ง ใบชุมเห็ด ใบเสลดพังพอน ขมิ้นอ้อย หัวเปราะหอม ว่านสาวหลง และสมุนไพรอื่นๆ กว่า 10 ชนิด ที่มีสรรพคุณช่วยแก้ผดผื่นคันช่วยรักษาสิวอักเสบ ช่วยสมานแผล มาเป็นส่วนผสมเพื่อให้สบู่สมุนไพรเปลือกมังคุดคุณ ภาพดียิ่งขึ้น นอกจากนี้หากแวะที่บ้านสมุนไพรจะได้ชมโรงงานสบู่ขนาดย่อมที่สาธิตทุกขั้นตอนในการทำสบู่ ตั้งแต่แสดงส่วนผสมสมุนไพรต่างๆ จนกระทั่งปั๊มออกมาเป็นก้อนพร้อมใช้
 
ลักษณะเด่น
- เป็นประชาคมที่มีความร่วมมือและพึ่งพากันเป็นอย่างสูง หมู่บ้านเหล่านี้อยู่ใกล้ต้นน้ำจากยอดเขาหลวง ประกอบการเกษตรเป็นอาชีพหลัก ชุมชนทำสวนสมรมปลูกพืชผสมผสานทั้งพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์พัฒนาจากภายนอกคละกัน เช่น หมาก พลู ทุเรียน มังคุด เงาะ สะตอ และลูกเนียง สวนสมรมเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เกิดอาชีพที่ ลดการพึ่งพาระบบเกษตรเชิงเดี่ยว รวมทั้งเป็นการรักษาป่าต้นน้ำ สร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ธรรมชาติ การทำมาหากิน และการดำรงชีวิต
- ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยอดเยี่ยม ประเภทเมืองและชุมชน ปี 2541

กิจกรรมท่องเที่ยว
- ศึกษาวิถีชีวิตชุมชน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
- เลือกซื้อผลไม้/ผลิตภัณฑ์จากชุมชน เช่น ผ้ามัดย้อม ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว สบู่ มังคุด เงาะ ทุเรียน สะตอ เป็นต้น
- เดินป่าศึกษาธรรมชาติ พิชิตยอดเขาสูงที่สุดในภาคใต้ (ยอดเขาหลวง)

สิ่งอำนวยความสะดวก
- มีที่พักแบบสัมผัสชนบทหรือHomestay จำนวน 30 หลัง พักได้หลังละ 2-3 คน ค่าที่พัก 100 บาท/คน/คืน ค่าอาหาร 70 บาท/คน ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นนำเที่ยว 150 บาท/วัน/หลัง
- ร้านอาหาร ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์
 
หมู่บ้านคีรีวง
 
กิจกรรม
 
(ใช้เวลา 2 วัน ถึง 3 วัน 2 คืน)
 
• เรียนรู้วิถีชีวิตผู้คนในชุมชน
 
• ชมกลุ่มกิจกรรมต่างๆ
 
• ลงมือทำผ้ามัดย้อม และผ้าบาติกลายเทียนสีธรรมชาติ ถ้าเครื่องประดับจากลูกไม้
 
• รับประทานผลไม้ และอาหารท้องถิ่น
 
• เล่นน้ำในลำธาร
 
เลือกซื้อของฝากคีรีวง เครื่องประดับจากลูกไม้ ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ผ้าลายสีเทียนธรรมชาติ สบู่และผลิตภัณฑ์จากเปลือกมังคุด ผลไม้จากสวนสมรส มังคุด ทุเรียน กระท้อน สะตอสด ลูกเนียง
 
สิ่งนวยความสอำะดวก
 
• รถมอเตอร์ไซค์ไต่เขา
 
• รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
 
• โฮมสเตย์
 
สำหรับค่าบริการ และข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบ้านคีรีวง ต.กำโลน อ.ลานสกา 
จ.นครศรีธรรมราช 80230

0-7553-3370
 
 
 
 
ฤดูกาลการท่องเที่ยว
 
สามารถไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี หมากจะออกผลผลิตระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน สะตอ ทุเรียน มังคุด และ เงาะ จะออกผลผลิตระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน และลูกเนียงจะออกผลผลิตระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน
 
 
การเดินทาง
 
จากอ.เมือครฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๖ ถึงสามแยกบ้านตาล เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4015 ตรงไปประมาณ 9 กม. แล้วเลี้ยวขงวาบริเวณสามแยกศาลาสังกะสี ระยะทางอีก 9 กม.ถึงหมู่บ้านคีรีวง
 
มีรถสองแถวบริการออกจากตลาดยาว เวลา 700 ถึง 16.00 น. ราคาคนละประมาณ 25 บาท N 08° 25´ 57  " E 99° 46´44"
 
 
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญจังหวัดนครศรีธรรมราช
 
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงาน นครศรีธรรมราช 0-7534-6515-6 
 
ตำรวจทางหลวง  1193, 07536 6508 
 
ตำรวจท่องเที่ยว  1155
 
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องที่พักและร้านอาหารในจังหวัดนครศรีธรรมราช สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์
 
 

Most View

ศิลปะบนเซรามิกกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี

สมุทรสาคร

ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านชนเผ่าม้งบ้านแม่สาใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่

ผจญภัยเรียนรู้อารยธรรมบ้านเชียง

อุดรธานี