Green Story

สัมผัสธรรมชาติงาม ท่ามกลางลมหนาว

                ย่างเข้าพฤศจิกายนทีไร ก็เริ่มรู้สึกได้ถึงกระแสลมเย็นๆ ที่พัดมาคลอเคลียผิวกาย แหมมันช่างสดชื่นเสียจริงๆ บรรยากาศแบบนี้หลายคนเป็นต้องมองหาที่เที่ยวกันแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้น Green Story ขอชวนทุกคนไปตะลุยภาคเหนือซึ่งขึ้นชื่อเรื่องป่าไม้เขียวชอุ่มและสายหมอกเย็นฉ่ำ ชนิดที่ว่าอ่านจบปุ๊บ ต้องรีบแพ็คกระเป๋าไปปั๊บเลยทีเดียว
                ไม่รอช้าเรามาเริ่มต้นกันที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน ซึ่งมีเนื้อที่รวม 1,065,000 ไร่ หรือ 1,704 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน โดยยอดที่สูงที่สุดชื่อ‘ดอยภูคา’ มีความสูงถึง 1,980 เมตร ภายในเขตอุทยานฯ มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่า อีกทั้งเป็นต้นกำเนิดลำน้ำหลายสาย กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมกันคือการกางเต็นท์พักแรม ณ จุดชมวิวลานดูดาว แล้วตื่นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าท่ามกลางอ้อมกอดของสายหมอก รวมไปถึงดื่มด่ำความสดชื่นของน้ำตกน้อยใหญ่ เช่น น้ำตกต้นตอง ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดกลาง มี 3 ชั้น สูง 60 เมตร หรือเดินสำรวจถ้ำ เช่นถ้ำผาแดงซึ่งเป็นถ้ำที่ยาวที่สุดในอุทยานฯ และมีหินงอกหินย้อยอยู่ภายใน
                 นักเดินทางต้องไม่พลาดชมความงามของต้นชมพูภูคาซึ่งในประเทศไทยพบได้ที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ในรอบปีหนึ่งๆ จะผลิดอกสีชมพูอ่อนเป็นช่อสวย ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ส่วนบนยอดดอยภูแวซึ่งมีลักษณะเด่นเป็นทุ่งหญ้าและลานหิน นักท่องเที่ยวยังได้ตื่นตะลึงกับกุหลาบพันปี ที่กลีบดอกสีชมพูสดกำลังแบ่งบานรับสายลมหนาว นอกจากนี้ ภายในอุทยานฯ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เหมาะกับการสำรวจพันธุ์ไม้ในป่า และกิจกรรมตื่นเต้นเร้าใจอย่างการล่องแก่งลำน้ำว้าตอนกลาง ซึ่งถือเป็นเส้นทางล่องแก่งในระดับ 3-5 และมีประมาณ 20 แก่ง ให้อะดรีนาลีนสูบฉีดไปทั่วร่างกาย
                ส่วนอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่อยากแนะนำให้ทุกคนเดินทางไปหากมีโอกาส ก็คือ โครงการหลวง  อินทนนท์จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่ถือเป็นสถานีวิจัยแห่งที่สี่ของมูลนิธิโครงการหลวง ก่อตั้งขึ้นในปี 2520 ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้เมืองหนาวจำนวนมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้มาเยือนต่างก็หลงใหลไปกับมนต์เสน่ห์แห่งสีสันและรูปทรงอันแปลกตาของต้นไม้นานาพันธุ์ในสวน 80 พรรษา, สวนซากุระ และสวนสิริภูมิ ซึ่งมีน้ำตกขนาดเล็ก พร้อมทั้งเฟิร์นไทยและเทศอีกกว่า 50ชนิดนอกเหนือจากความงามที่ธรรมชาติบรรจงสร้างแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมการประมงพื้นที่สูง เช่นการขยายพันธุ์ปลาเทราต์ ปลาสเตอร์เจียน ปูขน และการดูแลพันธุ์ไม้เมืองหนาวในโรงเรือนต่างๆ เช่น โรงเรือนกล้วยไม้ และพืชกินแมลง
                สำหรับคนรักสุขภาพ ไม่ควรพลาดลิ้มลองผักสลัดสดๆ และผลไม้ปลอดสารพิษ ทั้งสตรอว์เบอร์รี กีวี พีช องุ่น มัลเบอร์รี ฯลฯ ส่วนบรรดาคอกาแฟทั้งหลายยังสามารถลองชิมกาแฟสดจากเมล็ดกาแฟอาราบิกาที่ผ่านการคั่วและบดใหม่ๆ รับรองว่าถ้าได้ลิ้มรสสักจิบ จะตราตรึงใจไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน
ลมหนาวเริ่มมาเยือนแล้ว มัวรอช้าอยู่ไย หากคุณกำลังเพรียกหาประสบการณ์การท่องเที่ยวท่ามกลางสายหมอกแห่งฤดูหนาว ลองชวนคนใกล้ตัวออกมาเก็บเกี่ยวความสุขจากสายลมเย็นและอ้อมกอดของธรรมชาติให้เต็มที่กันเถอะ

หมายเหตุ
1. อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 7 ปี 2551 รางวัลยอดเยี่ยม ประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และครั้งที่ 10 ปี 2558 รางวัลยอดเยี่ยม ประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและเชิงนิเวศ
2. โครงการหลวงอินทนนท์ หรือสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 10 ปี 2558 รางวัลดีเด่น ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
(http://tourismawards.tourismthailand.org/th/index.php)

ภาพดอกชมพูภูคา โดยคุณ ฟูบิ -(ฟูบิราย)- และ www.dekguide.com