Green Story

ชายฝั่งที่ฝันถึง

      รู้หรือไม่ ความสดใสของฤดูร้อนในเดือนเมษายนสามารถเปลี่ยนตึกระฟ้าให้กลายเป็นทิวแถวต้นมะพร้าวสูงชะลูด เปลี่ยนอากาศที่เต็มไปด้วยมลพิษเป็นท้องฟ้าใส เปลี่ยนพื้นคอนกรีตร้อนๆ เป็นผืนทรายสีขาว เปลี่ยนถนนที่จอแจเป็นท้องทะเลสีฟ้าแสนสงบ และเปลี่ยนเสียงรถเป็นเสียงระรอกคลื่นกระทบฝั่งได้ ทำไมนะเหรอ ก็เพราะเมษายนเป็นเดือนที่เราสามารถไปเที่ยวทะเลได้ทุกแห่ง[i] ตลอดแนวชายฝั่งทะเลซึ่งยาวกว่า 2,800 กิโลเมตรน่ะสิ[ii]ถ้าอย่างนั้นเดือนนี้ มาเริงร่าท้าลมร้อนให้ครบทั้งฝั่งตะวันออก ฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามันกันดีกว่า
      เพียงออกเดินทางจากกรุงเทพฯไม่ไกลนัก เราก็จะได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งตะวันออก อย่างเกาะช้าง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นเกาะใหญ่อันดับ 2ของประเทศ[iii] ทิศตะวันตกของเกาะเรียงรายไปด้วยชายหาดที่ทอดตัวเป็นแนวยาวต่อเนื่องกัน เช่น หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ ใครก็ตามที่มีโอกาสได้สัมผัสเม็ดทรายเนียนละเอียดดุจแป้งและน้ำทะเลใสๆ คงไม่อาจอดใจลงเล่นน้ำ พายเรือคายัคหรือล่องเรือใบได้ พอตกเย็น อย่าลืมเติมความโรแมนติกให้หัวใจด้วยวิวอาทิตย์อัสดงบนแหลมไชยเชษฐ์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากใกล้ชิดวิถีชีวิตชาวประมงควรมาอ่าวบางเบ้า เพราะนอกจากจะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงแล้ว ยังมีอาหารทะเลสดๆให้ลิ้มลอง พร้อมทั้งซื้อของฝาก เช่น กะปิ น้ำปลา กุ้งแห้ง กลับไปฝากคนที่บ้านได้อีกด้วย
      ส่วนอ่าวไทยตอนบนก็มีดีไม่แพ้กัน ลองแวะไปที่เกาะมัตรา (เกาะมาตราหรือเกาะตังกวย) จังหวัดชุมพรดูสิ แล้วคุณจะได้ดื่มด่ำบรรยากาศท้องทะเลอันแสนสงบและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง เพราะท่ามกลางเกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 40เกาะในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร[iv] นอกเหนือจากเกาะเสม็ดที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่แล้ว ก็มีเกาะมัตราเท่านั้นที่มีไฟฟ้า น้ำจืด อาหาร และที่พักแบบโฮมสเตย์ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการค้างคืน กิจกรรมยอดฮิตเมื่อมาเยือนเกาะมัตราคงหนีไม่พ้นการดำน้ำชมปะการัง  เนื่องจากรอบเกาะมีพื้นที่แนวปะการังชายฝั่งที่มีความสมบูรณ์มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปะการังก้อนและปะการังสมอง ที่แทบไม่ได้รับความเสียหายจากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว อันเนื่องมาจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น นอกจากนี้ หากตอนกลางคืนได้ยินเสียงคล้ายไก่ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเสียงนั้นมาจากปูไก่ สิ่งมีชีวิตที่เป็นดาวเด่นของเกาะ ยามพวกมันออกหาอาหารแล้วเอาก้ามมาเสียดสีกันนั่นเอง
      จุดหมายสุดท้ายที่เรานำมาแนะนำกันในเดือนนี้คือ เกาะพยาม จังหวัดระนอง แต่ความสนุกสดใสของทะเลฝั่งอันดามันรับรองได้ว่าไม่รั้งท้ายแน่นอน เพียงแค่ปลายเท้าสัมผัสท่าเรือบนเกาะ นักท่องเที่ยวก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับพระอุโบสถขนาดใหญ่ของวัดเกาะพยามที่เด่นตระหง่านอยู่กลางน้ำ ไฮไลท์ของเกาะนี้อยู่ที่อ่าวเขาควาย เป็นอ่าวยาว 2กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเขาควายโค้งเข้าหากันสมชื่อหาดทรายบริเวณนี้ขาวบริสุทธิ์ น้ำทะเลใสราวกระจก ทั้งยังคลื่นลมสงบและค่อนข้างตื้น จึงเหมาะกับการเล่นน้ำเป็นอย่างยิ่ง ทิศใต้ของอ่าวเขาควายมีภูเขาหินขนาดเล็กที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนเป็นโพรงคล้ายซุ้มประตู หากสนใจลองแวะไปถ่ายรูปเก๋ๆได้  ใกล้กันนั้นยังมีหมู่บ้านชาวมอแกน ที่ต้องรอให้น้ำลดเสียก่อนจึงจะเดินข้ามไปได้ นอกจากนี้ เกาะพยามยังเป็นแหล่งสำคัญในการเพาะปลูกพืชอย่างกาหยู ซึ่งเป็นชื่อที่คุ้นเคยกันในท้องถิ่น หรือที่คนภาคกลางเรียกกันว่า มะม่วงหินพานต์ นั่นเอง
      หลังจากเล่นน้ำคลายร้อนและสนุกสนานกันอย่างเต็มที่แล้ว ในฐานะผู้มาเยือนที่ดีควรร่วมมือกันรักษาความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลด้วย โดยทิ้งขยะให้เป็นที่และไม่รบกวนพืชหรือสัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น เพื่อที่ว่าฤดูร้อนหน้าจะได้มีผืนน้ำสีครามและหาดทรายสีขาว รอต้อนรับการกลับไปเที่ยวของพวกเราอีกตราบนานเท่านาน
 


[i]ช่วงเวลาที่เหมาะจะเที่ยวทะเลชายฝั่งตะวันออก คือ เดือนพฤศจิกายน – เมษายน, ฝั่งอ่าวไทย คือเดือนเมษายน – ตุลาคม และฝั่งอันดามัน คือ เดือนพฤศจิกายน – เมษายน
[iii]รองจากเกาะภูเก็ต