Green Story

ผจญภัย (ผจญไพร) บนหลังยักษ์ใหญ่ใจดี

      ‘ช้างๆๆ น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่าแหม ใครล่ะจะไม่เคยเห็น ช้างน่ะเป็นสัตว์บกเลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แถมยังมีงวงยาวๆ พร้อมใบหูขนาดใหญ่เป็นเอกลักษณ์ ไม่มีทางรอดหูรอดตาไปได้แน่ เอ...แต่ถ้าถามว่ารู้จักสัตว์ชนิดนี้ดีแค่ไหน ผู้อ่านจำนวนไม่น้อยชักอาจไม่แน่ใจแล้วสิว่าวันหนึ่งๆพวกมันทำอะไรกันบ้าง เพื่อหาคำตอบ ลองมาเรียนรู้ชีวิตคนเลี้ยงช้างสักครั้งหนึ่งในชีวิตกันดูไหม
เมื่อมาเยือน สถาบันคชบาลแห่งชาติในพระอุปถัมภ์ หรือชื่อเดิมว่า ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง นักท่องเที่ยวจะได้ชมการแสดงช้างที่แตกต่างจากที่อื่นซึ่งบังคับให้ช้างเล่นฟุตบอล เต้นประกอบเพลง หรือทรงตัวบนขอนไม้ขนาดจิ๋ว แต่ที่นี่เน้นการแสดงช้างเพื่อบอกเล่าให้ผู้ชมตระหนักถึงปัญหานานาที่ช้างต้องเผชิญ เพราะในสมัยที่ยังมีการทำสัมปทานป่าไม้ ช้างจำนวนมากถูกนายทุนใช้งานลากซุงอย่างหนัก แต่หลังจากรัฐบาลออกนโยบายปิดป่าในปี พ.ศ. 2531 ปัญหาการเอาเปรียบช้างกลับไม่ได้หายไป ซ้ำร้ายช้างตกงานเหล่านี้กลับถูกทารุณในรูปแบบอื่นแทน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือถูกเจ้าของนำไปเดินเร่ตามถนนคอนกรีตร้อนๆ และเสี่ยงต่อการถูกรถชนในเมือง เพียงเพื่อแลกกับเงินและอาหารอันน้อยนิด ทั้งที่ช้างโตเต็มวัยต้องการอาหารมากถึงวันละ 200กิโลกรัมด้วยเหตุนี้ ศูนย์อนุรักษ์ช้างแห่งนี้จึงถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 2512 เพื่อมอบความช่วยเหลือแก่ช้างอย่างเป็นรูปธรรม
      สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ ยังมีกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ที่ช่วยเปิดประสบการณ์อันน่าจดจำให้แก่นักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว นั่นคือ หลักสูตรควาญช้าง ซึ่งมีความหลากหลายและยืดหยุ่นในด้านต่างๆ สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนทั้งบรรดามือใหม่ที่ไม่เคยใกล้ชิดกับช้างมาก่อนหรือผู้ที่มีประสบการณ์ฝึกช้างมาบ้างแล้วก็สามารถสมัครมาทำกิจกรรมได้  ความเข้มข้นของหลักสูตรมีทั้งไปเช้า-เย็นกลับและค้างคืนที่โฮมสเตย์ โดยกิจกรรมนี้เปิดรับผู้มีร่างกายสมบูรณ์ อายุระหว่าง 6-65 ปี ดังนั้นไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ มาเดี่ยว มากลุ่ม หรือมาเป็นครอบครัว ก็ร่วมฝึกทักษะควาญช้างได้ ผู้เรียนแต่ละคนจะได้รับชุดควาญช้างพร้อมช้างหนึ่งเชือก โดยช้างในโรงเรียนฝึกควาญช้างล้วนแต่ผ่านการฝึกมาแล้ว จึงมั่นใจได้ว่าพวกมันมีนิสัยสุภาพเรียบร้อยและไม่ทำอันตรายต่อผู้เรียน เนื้อหาของหลักสูตรขั้นพื้นฐานจะสอนให้เข้าใจธรรมชาติของช้าง เรียนรู้วิธีขึ้นลงและควบคุมช้างที่ถูกต้อง พร้อมทั้งฝึกออกคำสั่งภาษาช้างเบื้องต้น นอกจากนี้ ควาญช้างฝึกหัดยังมีโอกาสเห็นภาพชวนอมยิ้มเมื่อพาช้างไปอาบน้ำ เพราะเหล่าช้างจะใช้งวงถือหางช้างเชือกหน้าเดินต่อกันเป็นขบวน ส่วนหลักสูตรเข้มข้นขึ้นจะมีกิจกรรมเพิ่มเติม โดยให้ผู้เรียนฝึกขี่ช้างในป่า ศึกษาขั้นตอนการผูกช้างที่ถูกต้อง รวมทั้งเรียนรู้วิถีชีวิตควาญช้างในป่าด้วย
      ภายในพื้นที่ของสถาบันฯ มีโรงพยาบาลช้าง จัดตั้งขึ้น มีหน้าที่ดูแลสุขภาพของช้างต้น รวมถึงช่วยรักษาช้างที่ป่วย บาดเจ็บ หรือพิการ ทั้งช้างของสถาบันฯ เอง และช้างของเอกชนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้วย ผู้เรียนหลักสูตรควาญช้างและนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเข้าไปเยี่ยมชมโรงพยาบาลช้างเพื่อสัมผัสความน่ารักน่าเอ็นดูของลูกช้าง แต่ในขณะเดียวกันผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยอาจรู้สึกสลดหดหู่ เมื่อได้รับรู้ชะตากรรมของช้างอันเป็นผลจากการกระทำของมนุษย์
      นอกจากนี้ สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ ยังมีแนวคิดในการจัดการของเสียจำนวนมหาศาล เช่น มูลช้าง ในแต่ละวันอย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ โดยมูลช้างส่วนหนึ่งจะถูกนำไปฆ่าเชื้อโรค ฟอกสี และแปรรูป ณ โรงงานกระดาษ ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์จากกระดาษสาสีสวยตามธรรมชาติ โปสการ์ด อัลบั้มรูป และสินค้านานาชนิดให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึก ส่วนพลังงานที่ใช้ภายในสถาบันฯ ก็ล้วนแต่เป็นพลังงานสะอาดทั้งสิ้น เช่น ก๊าซมีเทนที่ใช้ในการหุงต้มก็มาจากมูลช้าง หรือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น
      การได้ลองมาเป็นควาญช้างที่สถาบันคชบาลแห่งชาติในพระอุปถัมภ์ แม้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ แต่รับรองว่าได้อะไรมากกว่าความสนุกตื่นเต้นจากการผจญภัยบนหลังช้างอย่างแน่นอน เพราะกิจกรรมที่นี่ทำให้นักท่องเที่ยวอย่างพวกเราได้ฉุกคิดถึงชะตากรรมที่ช้างต้องเผชิญในอดีต ได้สัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของผู้มีอาชีพเลี้ยงช้าง ได้มีส่วนส่งเสริมการอนุรักษ์ช้าง อีกทั้งยังได้เห็นแนวทางลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย
 
หมายเหตุ
สถาบันคชบาลแห่งชาติในพระอุปถัมภ์ จังหวัดลำปางได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยครั้งที่ 10 ปี 2558 รางวัลยอดเยี่ยม ประเภทแหล่งท่องเที่ยวนันทนาการ และรางวัลเกียรติยศ ประเภทแหล่งท่องเที่ยว