Green Story

หรรษาท้าฝน

         เมื่อเมฆฝนเริ่มตั้งเค้า ก็ได้เวลาบอกลาฤดูร้อนแสนอบอ้าวและต้อนรับความชุ่มฉ่ำของฤดูฝนเสียที ช่วงเวลานี้ของปีนอกจากจะได้ดื่มด่ำอากาศเย็นสบายแล้ว ยังเป็นช่วงที่พืชพรรณธรรมชาติเขียวชอุ่มเป็นพิเศษอีกด้วย ฉะนั้น อย่ามัวชักช้าอยู่เลยออกมาสูดกลิ่นไอดินหอมๆ และนอนฟังเสียงฝนพรำตามสถานที่ท่องเที่ยวที่ Green storyนำมาแนะนำในเดือนนี้กันเถอะ
         ลองมาชาร์จพลังความสดชื่น ณ สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝนยอดฮิตอย่าง อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิดูสิ เนื้อที่อันกว้างขวางถึง 10 ไร่แห่งนี้ตระการตาไปด้วยลานหินและโขดหินขนาดมหึมารูปทรงแปลกตาสมกับชื่ออุทยานฯ นอกจากนี้ยังสามารถชมรอยต่อระหว่างภาคอีสานและภาคกลางได้ที่จุดชมวิวสุดแผ่นดิน ที่มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน เมื่อมองลงไปจะเห็นวิวทิวทัศน์อันงดงามของสันเขาพังเหยและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ส่วนไฮไลท์ 2 อย่างที่นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้เห็นเป็นขวัญตาเฉพาะฤดูนี้เท่านั้น ได้แก่ น้ำตกเทพพนาน้ำตกขนาด 3 ชั้นที่จะมีน้ำใสไหลรินให้ได้ลงเล่นในช่วงฤดูฝนเท่านั้น และทุ่งดอกกระเจียว (ดอกบัวสวรรค์) พันธุ์ไม้ล้มลุกประจำถิ่นที่จะออกดอกสีชมพูอมม่วงมาหยอกเย้ากับสายฝนเพียงปีละครั้ง ระหว่างเดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคมเท่านั้น
         ส่วนใครที่แพ้ทางสายหมอกและอากาศเย็นฉ่ำ  หน้าฝนนี้ไม่ควรพลาด ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย หุบเขาสูงสลับซับซ้อนท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์และม่านหมอกสีขาวที่ชวนให้รู้สึกสงบและมีความสุข นักท่องเที่ยวจะได้ชมทั้งร่องรอยประวัติศาสตร์ ณ สุสานนายพลต้วนและยังได้สักการะพระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรีซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดดอย นอกจากนี้ สายฝนที่พร่ำพรมลงมายังเนรมิตไร่ชาแบบขั้นบันไดที่ลดหลั่นกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา จนเกิดเป็นวิวสวยงามเกินคำบรรยาย  ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียวชอุ่มของใบชาอ่อนๆ ที่กำลังแตกยอด ยิ่งถ้าได้ลองจิบชาอู่หลงร้อนๆ หอมกรุ่นขณะที่สายฝนกำลังโปรยปรายลงมาคงมีความสุขราวกับอยู่ในความฝันเลยทีเดียว
          อีกทั้งหน้าฝนยังเป็นโอกาสดีที่จะดื่มด่ำวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ หลีกหนีความวุ่นวายและความเครียดจากการทำงานมาที่ เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี (หรือชื่อเดิมว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาสก มีพื้นที่อ่างเก็บน้ำราว 185ตารางกิโลเมตร นอกจากจะสามารถใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ได้แก่ การชลประทานการผลิตกระแสไฟฟ้า และการทำประมงน้ำจืดแล้ว ยังได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น “กุ้ยหลินเมืองไทย” อีกด้วย เนื่องจากมีผืนน้ำสีมรกตกว้างใหญ่ไพศาล ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาหินปูนยอดแหลมสูงชัน นักท่องเที่ยวจะได้เต็มอิ่มกับกิจกรรมสนุกๆ อย่างการพายเรือคายัคเพื่อไปชม เขาสามเกลอหรือภูเขาหินปูน 3 ลูกที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางผืนน้ำราวกับภาพวาดในเทพนิยายหากต้องการซึมซับบรรยากาศสวยงามให้นานยิ่งขึ้น ก็สามารถพักค้างคืนในบ้านพักบนแพ เพื่อตื่นเช้ามาชื่นชมทะเลหมอกที่ลอยอ้อยอิ่งเหนือสายน้ำและขุนเขา ทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้ รับรองได้ว่าหากได้มาเห็นกับตาสักครั้งย่อมตราตรึงใจไม่รู้ลืม
           รู้อย่างนี้แล้ว ก็ไม่ต้องกลัวฝนกันอีกต่อไป เพราะท่ามกล่างความลับของเมฆครึ้มและละอองฝนที่พร่างพรมผืนแผ่นดินไทยยังมีความงามตามธรรมชาติอีกมากมายรอให้นักเดินทางอย่างพวกเราไปค้นหา