Green Story

เที่ยวยกก๊วน ชวนล่องแก่ง

        ในช่วงที่หยาดฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายเช่นนี้ ถือเป็นโอกาสทองที่จะชักชวนเพื่อนฝูงหรือครอบครัวออกมาใช้เวลาดีๆ กับกิจกรรมล่องแก่งร่วมกัน เพราะนอกจากจะได้คลายร้อนแล้ว ยังได้ผจญภัยให้อะดรีนาลีนสูบฉีด จนหายเครียดเป็นปลิดทิ้ง เดือนนี้ Green Story รับรองความมันแบบจัดเต็ม พร้อมชี้พิกัดแหล่งล่องแก่งยอดฮิตให้คุณไปสัมผัส
         หากคุณเป็นนักล่องแก่งตัวยงที่มีความชำนาญในการควบคุมเรือยางสูง ช่วงเดือนมิถุนายน – ตุลาคมแก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรีกำลังรอคอยการมาเยือนของคุณอยู่ แก่งหินเพิงเป็นแก่งหินตอนปลายสุดของแม่น้ำไสใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นักล่องแก่งต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 2.5 กิโลเมตร (45นาที) จึงจะถึงจุดต้นน้ำ จากนั้นเตรียมกายเตรียมใจให้พร้อมเพื่อพิชิตเส้นทางล่องแก่งที่มีระดับความยากอยู่ระหว่าง 3-5 นักล่องแก่งจะได้เผชิญกับกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากรุนแรงมาก อาจพบวังน้ำขนาดใหญ่ม้วนตัวเป็นคลื่น และบางช่วงมีความลาดเอียงฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจ หากพบว่าเสียงน้ำที่สาดกระเซ็นมากระทบโขดหินก็ยังไม่ดังพอที่จะกลบเสียงวี้ดว้ายจากความตื่นเต้นเร้าใจได้
         จุดหมายปลายทางอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลกซึ่งไหลขนานไปกับทางหลวงหมายเลข 12 (สายพิษณุโลก-หล่มสัก) ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าถึงได้สะดวก ไม่ต้องเดินเท้าเข้าป่า ไม่ต้องแบกเรือยาง ไม่ต้องเตรียมเสบียง แต่รับรองว่าการล่องแก่งลำน้ำเข็กตลอดระยะทาง 8 กิโลเมตร (2-3 ชั่วโมง) ฝ่า 18 แก่งนั้นมีครบทุกรสอย่างแน่นอน เพราะเส้นทางล่องแก่งเปิดตัวด้วยระดับ 1 คือกระแสน้ำมีเพียงคลื่นเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นดีกรีความตื่นเต้นเร้าใจของการผจญภัยผ่านเกาะแก่งและโขดหินก็จะค่อยๆไต่ระดับขึ้นจนถึงความยากสูงสุดที่ระดับ 5 ในช่วงท้าย นอกจากนี้ เมื่อมาถึงถิ่นกาแฟแก่งซอง ก็ไม่ควรพลาดโอกาสชิมกาแฟท้องถิ่นพันธุ์อาราบิกา ที่คอกาแฟทั้งหลายต่างก็ออกปากชมเป็นเสียงเดียวกันว่าเข้มข้น หอม กลมกล่อม
         หากพูดถึงสถานที่ล่องแก่งแล้ว ไม่เอ่ยถึงลำน้ำว้า จ.น่าน ก็คงจะไม่ได้ ลำน้ำสายนี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่จริมและอุทยานแห่งชาติดอยภูคา การล่องแก่งลำน้ำว้าได้รับการกล่าวขานว่าท้าทายที่สุด ยาวที่สุด เพราะมีระยะทางรวมมากกว่า 132 กิโลเมตรแถมยังไม่สามารถล่องได้ในคราวเดียวจนต้องแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้ลำน้ำว้าตอนบน(ประมาณ 35 กม.) มีความยากอยู่ที่ระดับ 3-5จึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์ล่องแก่งเท่านั้น เพราะเส้นทางคดเคี้ยวผ่านโขดหินขนาดมหึมา น้ำวน และโตรกผาสูง ช่วงเวลาที่ควรมาล่องคือต้นฤดูหนาวส่วนเส้นทางที่นิยมมากที่สุดคือลำน้ำว้าตอนกลาง(ประมาณ 85 กม.) เพราะมีความยากคละเคล้ากันตั้งแต่ง่ายที่สุดคือระดับ 1 ไปจนถึงยากที่สุดคือระดับ 5 ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยเกาะแก่งกว่า 100 แก่งและกระแสน้ำแรง ลำน้ำว้าตอนกลางจึงเหมาะสำหรับผู้มีประสบการณ์ล่องแก่งเท่านั้น อีกทั้งเส้นทางนี้ยังใช้เวลาถึง 2 วัน ดังนั้น เมื่อล่องแก่งเสร็จในแต่ละวันก็สามารถตั้งแคมป์พักค้างคืนกันเพื่อสัมผัสบรรยากาศริมน้ำอย่างเป็นธรรมชาติสุดๆ ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาล่องคือระหว่างเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ส่วนมือใหม่หัดล่องแก่งก็สามารถเลือกมาล่องลำน้ำว้าตอนล่าง (ประมาณ 12 กม.) ได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากเป็นช่วงแก่งที่เล็กและค่อนข้างเบา มีความยากเพียงระดับ 1-3 แม้จะมีเกาะแก่งน้อยใหญ่อยู่บ้าง แต่ก็สามารถลงลอยคอ เล่นน้ำ ล่องชมธรรมชาติอย่างเพลิดเพลินได้
         ถ้าคุณและเพื่อนฝูงหรือครอบครัวพร้อมผจญภัยแบบไม่ห่วงตัวเปียกแล้ว ก็ชวนกันแพ็คกระเป๋าออกไปผจญภัยกับกิจกรรมล่องแก่งสุดมันได้เลย รับรองว่าวันหยุดหน้าฝนนี้ คุณจะได้จารึกความกล้าแห่งสายน้ำและได้รับประสบการณ์สนุกสนานไม่ซ้ำใคร
หมายเหตุ
1. “เทศกาลชิมกาแฟแก่งซอง ล่องแก่งลำน้ำเข็ก” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2559 ณ ลำน้ำเข็ก น้ำตกแก่งซอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก
2. “เทศกาลล่องแก่งหินเพิง 2559 ครั้งที่ 20” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม -31 ตุลาคม 2559 ณ แก่งหินเพิง ที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 9 อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี

แหล่งอ้างอิงข้อมูล
http://tourismproduct.tourismthailand.org/index.php?page=product_content&bookId=90
http://adventure.tourismthailand.org/raft.php