ศาสตร์พระราชา

จากไร่เลื่อนลอยสู่สถานีเกษตรหลวงแห่งแรก (สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง และชุมชนบ้านยาง จ.เชียงใหม่)

เชียงใหม่


 
หนึ่งในจุดหมายปลายทางติดอันดับต้นๆ ของประเทศในยามฤดูหนาว คงต้องนับสถานีเกษตรหลวงอ่างขางอยู่ด้วย เพราะจะได้ชื่นชมความงดงามของพืชพรรณเมืองหนาว ที่ปลูกประดับท่ามกลางความสูงเหนือระดับน้ำทะเล1,400เมตร ทำให้อากาศเย็นสบายตลอดปี

หากย้อนไปในอดีตที่ยังไม่มีโครงการส่วนพระองค์จัดตั้งขึ้น ชาวเขาเผ่ามูเซอที่อาศัยในแถบนี้มีอาชีพปลูกฝิ่นเลี้ยงชีพและยากจน แต่เมื่อวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร หมู่บ้านผักไผ่ อำเภอฝาง ระหว่างทางพระองค์ได้ทอดพระเนตรบริเวณดอยอ่างขาง และสังเกตความเป็นอยู่ของชาวเขา มีการตัดไม้ทำลายป่า ต้นน้ำลำธาร ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศและส่วนอื่นๆ ตามมา เป็นพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น แต่ไม่มีป่าไม้เลย จึงทรงมีพระราชดำรัสกับผู้ติดตามว่า ให้เขาพึ่งพาตัวเอง โดยให้เลิกปลูกฝิ่นแล้วหันมาทำเกษตรกรรม ต่อมาเริ่มมีการตั้งโครงการหลวงส่วนพระองค์ พระราชทานนามว่า สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง นับเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2512 ตามพระราชดำริของพระองค์ใช้พื้นที่กว่า 1,800ไร่ ซึ่งแก้ปัญหาให้ชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ เลิกล้มการปลูกฝิ่นผิดกฎหมาย หันมาทำเกษตรกรรมปลูกพืชเมืองหนาวแทน ส่งผลให้หยุดการแผ้วถางเพื่อทำไร่เลื่อนลอย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลายจนในที่สุดภูเขาหัวโล้นก็ได้แปรเปลี่ยนสภาพกลับคืนสู่ความเขียวขจีอีกครั้ง

สถานีเกษตรหลวงอ่างขางจึงได้กลายเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการวิจัยพืชเขตหนาวเพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้ชาวเขา 3 ชนเผ่าอย่าง ปะหล่อง มูเซอ และจีนยูนนาน มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยพืชเมืองหนาวที่เหมาะกับสภาพอากาศในพื้นที่ เช่น ไม้ผล พันธุ์ไม้โตเร็ว ไผ่พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ กุหลาบสายพันธุ์ต่างๆสมุนไพร ชาจีน ลินิน ทำให้ประสบผลสำเร็จในการสร้างพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นหลากหลาย ที่มีคุณสมบัติเด่นเหมาะต่อการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นพืชอาชีพ เช่น พีช พันธุ์อำพันอ่างขาง 1, 2, 3, 4 และพันธุ์ Jade รวมถึงสตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 88 ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์พระราชทาน 80 กับพันธุ์พระราชทาน 60 และยังมีงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรบนพื้นที่สูง เพื่อเป็นแหล่งวิชาการและเป็นศูนย์การเรียนรู้ เป็นสถานที่ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เกษตรกร นักศึกษาจากสถาบันและหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากเป็นสถานที่พัฒนาด้านการเกษตรแล้วที่นี่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่คับคั่งไปด้วยผู้เดินทางมาเยี่ยมชม เพราะภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางมีจุดให้แวะชมหลายแห่งเช่น สวนแปดสิบ ที่เป็นสวนกลางแจ้ง ตรงข้ามสโมสรอ่างขาง ตกแต่งในแบบอังกฤษ มีดอกไม้ไม้ประดับปลูกหมุนเวียนตลอดทั้งปี อีกทั้งด้านบนยังเป็นลานต้นซากุระญี่ปุ่นที่จะผลิบานช่วงธันวาคม-มกราคม
สวนหอมนั้นรวบรวมพันธุ์ไม้ที่มีกลิ่นหอม สมชื่อที่ตั้งไว้ เช่น ต้นหอมหมื่นลี้ มะลิเนปาลลาเวนเดอร์ ให้สูดกลิ่นอายอบอวล ส่วนใครหลงใหลในความงามของราชินีดอกไม้ต้องไปที่โรงเรือนกุหลาบตัดดอก เพราะรวบรวมกุหลาบสายพันธุ์ต่างๆ จากเนเธอร์แลนด์มาไว้ ในขณะที่แปลงบ๊วย ก็ปลูกยืนต้นไว้ตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งโครงการหลวง รอที่จะออกผลเต็มต้นในช่วงมีนาคม-เมษายน

นอกจากนี้บริเวณไม่ไกลกันมากนัก ยังมีชุมชนชาวเขาให้ได้ท่องเที่ยว เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรม เช่น หมู่บ้านนอแลของชาวเขาเผ่าปะหล่องนั้นมีวัฒนธรรมและการแต่งกายสวยงามแปลกตา แล้วยังมีการแสดงฟ้อนนางร้อยเงิน ฟ้อนดาบ ให้ได้ชมในงานปีใหม่ที่จัดทุกเดือนเมษายน หมู่บ้านขอบด้งของชนเผ่าลาหู่ (มูเซอ) ก็มีการถักหญ้าอิบูแคเป็นกำไลสีสันสวยงามให้เลือกซื้อ และชุมชนชาวจีนยูนนาน ที่บ้านคุ้ม บ้านหลวง บ้านปางม้ามีร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึก ชา สมุนไพร ผลไม้แห้ง ให้นักท่องเที่ยว

แปลงเกษตรเมืองหนาวที่นักท่องเที่ยวอาจใช้เป็นเส้นทางชมความงามของธรรมชาติด้วยจักรยานได้ โดยขอเช่าจากสโมสรอ่างขางหลายครั้งที่นักท่องเที่ยวหลงใหลในความงามของดอยอ่างขาง ที่มีความสมบูรณ์ไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าความสวยงามตามธรรมชาติที่ได้พบทุกวันนี้คือน้ำพระทัยของพระองค์ที่ก้าวย่างมาแผ่นดินนี้ และพลิกฟื้นให้ดอยอ่างขางสวยงาม อุดมไปด้วยพืชพันธุ์เศรษฐกิจนานาชนิด ก้าวที่ยิ่งใหญ่สุดคำบรรยายใดจริงๆ ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
ม.5 ถ.แม่งอน-อ่างขาง ต.แม่งอน อ.ฝางจ.เชียงใหม่ 50110
โทร. 0 5396 9476-78 ต่อ 114
www.angkhagstation.com

การเดินทาง
ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝางจนถึงอำเภอเชียงดาวบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 79 จะพบทางแยก ถ้าเลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกจะผ่านตำบลเมืองงาย บ้านอรุโณทัยบ้านหลวง เส้นทางจะค่อนข้างแคบ แต่ไม่ค่อยลาดชันเท่าใด และไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แต่ถ้าไม่เลี้ยวซ้ายที่จุดนั้น ก็ให้ขับมาถึงกิโลเมตรที่ 137 เมื่อถึงปากทางขึ้นดอยอ่างขางจะมีป้ายบอก ให้เลี้ยวซ้ายแล้วขับรถตามถนนขึ้นมาทางเส้นนี้ค่อนข้างลาดชัน ควรขับด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ที่ต่อมาที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดในการตามรอยพ่อ นั่นคือ บ้านยาง ชุมชนที่มีวัฒนธรรมดีงามสืบทอดกันมา ที่สำคัญ ยังมีดีตรงอาหารท้องถิ่นอร่อยล้ำ แบบที่คนจากต่างถิ่นหารับประทานได้ยาก เช่น สุกี้ยูนนานข้าวซอยตัด ขนมก้ามปูขนมเปี๊ยะจีนยูนนาน ที่นี่ทุกคนจะได้ภาคภูมิใจกับความหลากหลายแต่งดงามของราษฎรที่มีพ่อของแผ่นดินคนเดียวกัน

ชุมชนบ้านยางเป็นที่ตั้งของโรงงานโครงการหลวงด้วย แม้ว่าในปี พ.ศ. 2549 จะต้องเผชิญภัยธรรมชาติร้ายแรงที่สุดที่เคยประสบมาโดยถูกน้ำป่าจากเทือกเขาสูงไหลหลากลงมาพร้อมก้อนหินขนาดยักษ์และซากต้นไม้ถล่มหมู่บ้านยางจนเสียหายหนัก มีผู้เสียชีวิตบ้านเรือนพังกว่า 100 หลัง พื้นที่เกษตรโรงงานโครงการหลวง ที่นับเป็นสถานที่ส่งเสริมอาชีพหลักของชาวชุมชนถูกทำลาย แต่ด้วยความเข้มแข็งของชุมชน ยืนหยัดขึ้นร่วมแรงร่วมใจฟื้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและพัฒนาชุมชนสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จนพลิกฟื้นกลายเป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยความสุข ทั้งยังมีการก่อสร้างแนวเส้นคอนกรีตป้องกันและทำฝายธรรมชาติชะลอน้ำป่า จนกลับมาสู่ ความเจริญก้าวหน้าได้อีกครั้ง และยิ่งใหญ่กว่าที่ผ่านมา ด้วยโครงการต่างๆ ที่พ่อของแผ่นดินได้พระราชทานไว้

โรงงานหลวงที่สร้างขึ้นนี้เป็นไปตามพระราชดำริในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้รับการพัฒนาและสานต่อ จนปัจจุบันมีการจัดตั้งเป็นบริษัทโดยใช้ทะเบียนการค้า “ดอยคำ” มีการปรับปรุงสร้างอาคารหลังใหม่ มีพิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1(ฝาง) ที่จัดแสดงภาพถ่ายขั้นตอนกระบวนการผลิตของโรงงานหลวงและภาพถ่ายสมัยที่ในหลวงเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคเหนือให้ได้เข้าชม และยังมีร้านค้าสินค้าเกษตรแปรรูปให้เลือกอุดหนุนกันด้วย

ชุมชนบ้านยางพิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1(ฝาง)
เปิดบริการ อังคาร-อาทิตย์เวลา 08.30-16.30 น.
72 ม.12 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 50320
โทร. 0 5305 1

การเดินทาง
จากเชียงใหม่มุ่งหน้าอำเภอฝาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 ระยะทาง 150 กิโลเมตรถึงแยกอ่างขางแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไป 9กิโลเมตร

เมนูแนะนำอาหารพื้นถิ่น
แอ๊บ จ.เชียงใหม่
ห่อหมกในใบตอง ที่ใส่เครื่องแกง สมุนไพรและวัตถุดิบหลักอื่นๆ เช่น หมู ปลา กุ้งย่างไฟร้อนๆ ให้สุก ก่อนนำมารับประทาน

ทริปตัวอย่าง 3 วัน 2 คืน
วันแรก 
เดินทางถึงจังหวัดเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางรับประทานอาหารกลางวันด้วยเมนูพืชผักตามฤดูกาล และไปขี่ล่อ ชมธรรมชาติ หรือปั่นจักรยาน จากนั้นไปชมต้นซากุระพันธุ์แท้จากญี่ปุ่นที่สวนสมเด็จ ดอกไม้เมืองหนาวกุหลาบพันปี ที่สวนคำดอย
พักค้างคืนที่ดอยอ่างขาง

วันที่สอง
ชิมสตรอว์เบอร์รี่สดจากไร่ หมู่บ้านนอแลของชาวเผ่าปะหล่อง และจิบชาชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่ามูเซอที่บ้านขอบด้ง
ตอนบ่าย เดินชมตลาดบ้านคุ้ม
พักค้างคืนที่ดอยอ่างขาง

วันที่สาม
เที่ยวหมู่บ้านยาง เพื่อเรียนรู้เรื่องราวของโครงการหลวงที่พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 และชิมสุกี้ยูนนาน ที่บ้านดินเล่าจาง แวะซื้อของฝากขนมเปี๊ยะ เส้นหมี่
เดินทางกลับกรุงเทพฯ

ขอบคุณแหล่งที่มา คู่มือ "ก้าวแรกสู่๙ที่ยิ่งใหญ่"