คุณภาณุภัทร์ สุกัลยารักษณ์ บล็อกเกอร์เพจ Go Went Gone ไปไม่เว้น

Green Story Interview

ช่วยแนะนำตัวเองด้วยค่ะ

สวัสดีครับผมชื่อเต้ยนะครับ ตอนนี้เป็นเจ้าของเพจ go went gone ไปไม่เว้นนะครับ แล้วก็เจ้าของกลุ่มที่มีชื่อว่าทริปเที่ยววันหยุดศุกร์เสาร์อาทิตย์นะครับในเพจมีคนติดตามตอนนี้ประมาณ 160,000 ครับส่วนในกลุ่มทริปเที่ยววันหยุดศุกร์เสาร์อาทิตย์ก็ประมาณ 40,000 คนนะครับ จุดเริ่มต้นในการทำเพจ go went gone ไปไม่เว้นนะครับคือแต่ก่อนผมไม่เคยคิดที่จะต้องเที่ยวเลยครับอยากจะเที่ยวแบบธรรมดาใกล้ๆนิดๆหน่อยๆครับแต่เป็นผมเป็นเด็กติดเกมมากเลยไม่ออกเดินทางไปไหน แล้วมีอยู่อันนึงครับผมเกมนั้นโดนแฮกครับ อุตส่าห์เล่นมา เติมเงินเข้าไปในเกมเพื่อจะให้มันแข็งแกร่งในเกม แต่โดนแฮกขึ้นมาก็เลยรู้สึกอกหักก็เลยฝืนใจออกเดินทางคนเดียวนะครับ ไปที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นที่จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากนั้นก็ไปเจอพี่ผู้หญิงคนนึงเขาสะพายกระเป๋าแบบแปลก ๆ ใหญ่ ๆ หนัก ๆ ที่เหมือนฝรั่งเขาสะพายกัน ผมก็สงสัยเลยว่า ไม่หนักบ้างหรอก็เลยไปสอบถามเขาเขาบอกว่าน้องรู้ไหมว่ากระเป๋าไปนั้นน้ำหนักไม่ลงหลังเลยนะ เป็นอะไรที่ผมตกใจมากเลยในโลกนี้มีกระเป๋าใบนี้ด้วย ก็เลยกลับมาศึกษา ราคา 6000 – 7000 บาท แล้วก็ซื้อมา แล้วก็รู้ว่ามันไม่ลงหลังจริง ๆ ครับ ก็เลยรู้สึกรักกระเป๋าใบนี้มากเลยครับ แล้วก็เลยไปศึกษาอีกว่าการที่จะอยู่กับกระเป๋าใบนี้ให้นานๆทำยังไง คำตอบคือการเดินป่า ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นในการที่ผมออกเดินทางครับหลังจากที่เดินป่ามาสักทริปสองทริป รู้สึกว่าการท่องเที่ยวการได้ออกไปเจอโลก มันได้อะไรมากนะครับ ได้เจอคนใหม่ๆ ได้ Connection ทัศนคติใหม่ๆ ก็เลยตัดสินใจเปิดเพจท่องเที่ยวขึ้นมาชื่อว่า go went gone ไปไม่เว้น เพื่อที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนออกเดินทางเพราะมันมีบางคนที่ยังไม่กล้าออกเดินทางกันผมตอนนี้ผมติดเกมอยู่ครับ แต่ยังมีอยู่ อยากให้ทุกคนถ้ามีโอกาสมีเวลาอยากให้ออกเดินทางแล้วก็จะให้ Open my ใจเปิดใจให้กว้างทักทายผู้คนคุยกับคนอื่นไปแล้วจะรู้ว่าการท่องเที่ยวเป็นที่สุดยอดครับ

 

 

เริ่มทำมากี่ปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มต้นนะคะ

ตอนนี้เปิดเพจประมาณ 2 ปีครับ

 

 

ไปช่วงไหนบ้างคะ

เกือบทุกจังหวัดในเมืองไทยครับ ยังไม่ครบครับ

 

 

ที่ไหนบ้างที่ชอบไป แล้วท่องเที่ยวสไตล์ไหนคะ

ผมชอบสไตล์แบบกระเป๋าให้นานที่สุด เพราะว่ารักกระเป๋ามากๆแล้วก็บอกก็คือการเดินป่ารับการ Setting เดินป่าขึ้นเขาที่ต้องต้องแบกกระเป๋าวันละ 6-7 ชั่วโมงเพื่อที่จะไปนอนบนเขาประมาณนี้ครับ ผมชอบกางเต็นท์  พกเต็นท์ขึ้นไปนะครับแล้วก็ทำอาหารนั่งล้อมวงด้วยกันนั่งกินข้าวด้วยกันแลกเปลี่ยนทัศนคติกันแล้วก็ตื่นเช้ามาดูวิวดูหมอกเลยครับ ผมจะชอบแบบนี้มากครับ

 

 

แล้วลองเที่ยวสไตล์อื่นดูบ้างไหมคะ

ผมจะเที่ยวแนวอื่นก็ต่อเมื่อเริ่มเหนื่อยจากการเดินป่าก็ลองไปร้านกาแฟ ลองที่ทั่วไป

 

 

ตอนนี้กระแสนักท่องเที่ยวที่สัมผัสได้ ตอนนี้เขาชอบแนวไหนคะ

ลองพักโรงแรมทั่วไปบ้างครับ หลังจากที่ผมเดินทางแนวเดินป่าก็คือผมพบว่าคนสมัยนี้ครับอยากเดินป่ากันมากขึ้นครับ อายุคนที่เดินป่าเริ่มน้อยลง ๆ แล้วตอนนี้ อายุน้อยที่ผมเห็นคือ 6 ขวบพ่อแม่พาไปเดินป่า อายุมากสุดก็คือ 70 – 80 ได้แล้วคนที่เดินป่ากันน่าจะเป็นผู้หญิงส่วนมากเลยครับที่จะเดินป่า ผมงงมากเลยผู้หญิงนั้นเลยครับ

 

 

คิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของการเดินป่าคะ

ผมมองว่าเป็นการอยู่กับตัวเองมันเป็นการทำเองลำบากนิดนึงแต่ว่าทุก ๆ เก้าที่เราเดินครับ มันอยู่กับตัวเองหรือว่าแค่ว่าเเราต้องไปให้ถึงทีละนิด มันเหมือนที่เราเดินจงกลม เรารู้เลยว่าความเหนื่อยล้ามันทำให้เราลืมเลยว่าความเครียดที่เรามีสะสมอยู่มันมีอะไรบ้างมันหายไปชั่วคราวครับ เราจะคิดแต่ว่าเก้านี้เราจะเดินใกล้ถึงแล้วนะ ใกล้ถึงแล้วนะ ใกล้ถึงแล้วนะ ก็เลยทำให้ลืมเรื่องเรื่องเครียดไปช่วงนึงแล้วการที่เราไปถึงจุดหมายปลายทางบนยอดใช่ไหมครับ เราได้เห็นวิวสวย ๆ แล้วเราก็จะรู้สึกว่าเรามาได้ขนาดนี้แล้ว แล้วสิ่งที่ผมชอบคือการที่เราได้นั่งกินข้าวคุยแลกเปลี่ยนกันบนยอดเขา กินกาแฟจิบน้ำชาร่วมกันทำอาหารด้วยกัน มันรู้สึกว่าบางคนนะครับอาจจะเจอเพื่อนที่สนิทไปเลยนะครับในทริปนั้น เพราะว่าเราได้ทำอะไรลำบากด้วยกัน

 

 

ในการเที่ยวแบบนี้ มันก็จะมีข้อห้าม อยากจะแนะนำคนที่สนใจอย่างไร ควรจะปฏิบัตอย่างไร เพื่อฃ่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม

ถ้าเราไปศึกษาเราไปคลุกคลีกับมันนะครับเราจะรู้สึกว่าเขาจะรู้สึกรักนะครับ ซึ่งผมมองว่าถ้าสมมุติว่าอยากจะให้คนที่ชอบคนที่อยากเป็นทางแนวผมว่าถ้าอยากให้คนรักธรรมชาติผมว่าต้องมีกิจกรรมที่แบบว่าให้เขาว่าไปคลุกคลีกับป่าดูนะครับ ให้รู้ถึงว่าความเปราะบางของธรรมชาติจะเป็นยังไงนะครับเราจะรู้สึกรักและอยากปกป้องมันให้ผมตอนนี้รู้สึกอยากรัก รู้สึกรัก รู้สึกอยากปกป้องป่าผืนนี้มากเลยครับ

 

 

แล้วสิ่งที่เราตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา สถานที่ท่องเที่ยวแนวนี้ มีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน อะไรที่เราเห็นว่าน่าจะต้องใส่ใจคะ

ปัญหาที่ผมเห็นมากเลยก็คือเรื่องขยะ บางคนคิดว่าเหมือนผมแรก ๆ เลย คือลูกอมมันนิดเดียวแต่ว่าไม่ได้คนเดียวนะครับถ้ามันมี 10 คนขึ้นมาไม่มีเป็นกล่องใหญ่กล่องนึงแล้วนะครับ จะมองถึงว่าอะไรที่เล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ มองสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ มันสามารถรวมกันแล้วกลายเป็นอะไรที่ใหญ่โตได้ มองว่าเรื่องขยะสำคัญ

 

 

แล้วตอนนี้กระแสการรักสิ่งแวดล้อม มันช่วยโลกนี้ได้มากน้อยแค่ไหนคะ

ช่วยเลยครับตอนนี้นะครับ Social จะดังใช่ไหมครับถ้ามีอะไรใครคนไหนทำลายธรรมชาติสักนิด ไปอาบน้ำในน้ำตกโดยใช้น้ำยาสระผมซักนิดนึงก็จะเริ่มมีดราม่าขึ้นมาแล้วนะครับ ผมมองว่าเดี๋ยวนี้ทุกคนจะต้องตระหนักถึงธรรมชาตินะครับ ว่าจะเป็นเดี๋ยวนี้ก็จะมีแบบภาวะเรือนกระจกโลกร้อนขึ้นมานะครับก็สาเหตุก็มาจากที่เราไม่เห็นคุณค่าของธรรมชาติไม่ได้รักธรรมชาติ

 

 

แล้วมีที่ไหนบ้างที่เราเห็นเป็นแหล่งท่องเที่ยวสีเขียว ที่จะเป็นกรณีศึกษาเรื่องของการจัดการเพื่อความยั่งยืน

ผมขอยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นก็คือผมไปมา 2 ครั้งแล้วผมรู้สึกว่าผมชอบประเทศนี้บ้างเลย ก็คือตามคูน้ำมาครับทำให้เลี้ยงปลาได้เลยครับ เขาก็มีวิธีจัดการขยะคือผมพึ่งชัดในเรื่องของค่าปรับเป็นค่าปรับถ้ามีขยะไปทิ้งขยะเขาจับได้ครับถ้าแพงมากเลยแล้วก็จะมีวันที่จะมารับขยะครับมันมีวันที่จะมารับประเภทขยะจะบอกแล้วว่าขยะวันนี้จะมารับวันนี้ครับ ผมชอบการจัดการของเขาเลยอ่ะถ้าเอามาปรับปรุงมาปรับเปลี่ยนมาใช้ของประเทศไทยได้ผมว่าจะเป็นอะไรที่ดีเลยครับ

 

 

แล้วในไทยมีที่ไหนบ้างที่เริ่มมีการจัดการเรื่องนี้คะ

ผมเห็นแล้วครับตอนนี้เร่งรัดมากเลยก็คือดอยหลวงเชียงดาวครับเวลาจะขึ้นเขาครับเขาจะมีแค่ถ่ายปัสสาวะเขาจะมีถุงให้ถ่ายปัสสาวะเลยครับเพราะจะไม่ให้ปัสสาวะตามตามป่าตามเขาเลยครับคือว่าเขาจะจำกัดในขวดที่เราขึ้นไปมีค่ามัดจำในขวดในการมัดจำขยะก่อนจะขึ้นไปนะครับถ้าเราไม่เอาลงตามที่ที่เรามัดจำไว้ก็จะไม่ได้เงินคืนนะ เป็นตัวอย่างที่ดีมากเลย

 

 

อยากให้ฝากถึงนักท่องเที่ยวคนไทยช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม สถานที่ท้องเที่ยวอย่างไรคะ

ในฐานะที่ผมเป็น Blogger นะครับผมตอนนี้เวลาปลุกอีกอย่างนึงผมค่อนข้างที่จะมีอิทธิพลต่อบางคนละก็เลยเวลาจะโพสอะไรสักนิดนึงผมต้องคิดคิดลึกซึ้งเลยว่าจะมีผลอะไรต่อทุกคนไหมนะครับ ซึ่งถ้าสมมุติในเรื่องของธรรมชาตินะครับ เวลาผมไปไหนครับผมจะสอดแทรกกิจกรรมของตนเองก็คือเวลาผมไปกับไปเที่ยวนะไปเป็นกลุ่มถ้าสมมุติว่าผมจะทำแข่งกับเพื่อนเลยว่าถ้าใครเอาขยะลงมาจากภูเขาอ่ะครับตามข้างทางเยอะสุดก็คือจะได้ของรางวัลไปครับ เช่นดูหนังฟรีก็ได้ผมจะทำกิจกรรมแบบนี้ในกลุ่มของผมนะครับ ปัจจุบันนี้ครับเห็นว่าดาราหลายคนเลยเวลาเขาจะไปที่ไหนที่เป็นธรรมชาติ เขาจะพกแก้วขวดน้ำติดตัวเลยเพื่อลดการใช้แก้วแล้วก็ให้พกถุงผ้าครับเวลาไปไหนซื้อของ คือเราใส่ถุงเอาเองเลยนะครับ ลดได้เยอะเลยนะครับ

 

 

สุดท้ายนะครับผมอยากฝากติดตามเพจ go went gone ไปไม่เว้นได้เลยครับผมเป็นเพจท่องเที่ยวแนวธรรมชาติแนวแอดเวนเจอร์ท่าที่พี่ ๆ หรือว่าเป็นเพื่อน ๆ นะครับชอบเกี่ยวกับในอเวนเจอร์มันติดตามเพจผมได้ครับผมจะพาไปเที่ยวทะเลที่แปลกๆที่คนไม่ค่อยไปกัน ทุกคนจะได้เห็นว่าในโลกเรามันจะมีสถานที่ที่นี้ด้วยหรอจะทำให้หลายคนมีแรงดังใจเรียกออกเดินทางแล้วก็สุดท้ายก็คือผมจะพูดเกี่ยวกับธรรมชาติให้มากขึ้นเพื่อที่จะให้ทุกคนได้รู้ว่าเออเราควรที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติเพราะว่าธรรมชาติเป็นอะไรที่เปราะบางมากเลยครับ ก็ก่อนที่เราจะต้องเที่ยวครับผมอยากให้ทุกคนนะครับศึกษาธรรมชาติศึกษาสภาวะแวดล้อมที่นั่นศึกษาวัฒนธรรมว่าเขาทำอะไรกันนะครับเขาทำกันยังไงเพื่อที่เราครับจะได้เป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพครับ