คุณสมโชค พันธุรัตน์ ประธานกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนคลองบางสน

Green Story Interview

อยากให้เล่าถึงแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนหน่อยนะคะ ว่า ณ วันนี้มีบริการอะไรบ้างคะ

ถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็คือเราจะมีเรื่องของการจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวโดยใช้นักท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการที่จะดึงคนเข้ามาดูแลทรัพยากรท้องถิ่น ถ้าเป็นกิจกรรมชุมชน ตอนนี้เราก็จะมีในเรื่องของ กิจกรรมปลูกป่าชายเลน ธนาคารปูม้า แล้วก็ปลูกหญ้าทะเล แล้วก็ในเรื่องของกิจกรรมชุมชนตัวนึงที่จะมาส่งเสริมด้านอาชีพนะครับ ก็คือกลุ่มผ้ามัดย้อมนะครับ อันนี้เป็นกิจกรรมชุมชน แล้วก็จะมีกิจกรรมแหล่งท่องเที่ยว ก็จะมีเขาดินสอ วัดเขาเจดีย์ แล้วก็มีกิจกรรมดำน้ำ ประมานนี้ครับ

 

 

โปรแกรมส่วนใหญ่เป็นวันเสาร์ อาทิตย์ หรือมีโปรแกรมอะไรบ้างไหมคะ

ส่วนใหญ่จะเป็นโปรแกรม 2 วัน 1 คืนนะครับ ส่วนใหญ่ครับ

 

 

แล้วตอนนี้นักท่องเที่ยวเป็นยังไงบ้างคะ มีจำนวนมากขึ้นหรือว่าอะไรยังไงบ้างคะ มีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง

นักท่องเที่ยวตอนนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นครับ ถ้าข้อมูลที่เราเก็บไว้จากปี 58-62 ครับ เพิ่มขึ้นมาตลอดตามลำดับครับ

 

 

เป็นคนไทยหรือต่างชาติคะ

80% เป็นคนไทยแล้วก็เป็นคนภาคกลาง กลุ่มอายุประมาณ 40 ขึ้นครับ

 

 

คนที่เข้ามาที่นี่ ต้องสนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วไหมคะ ส่วนใหญ่ที่เข้ามา

ก็เราอยู่ในโปรแกรมอยู่แล้วครับ เช่นไปปล่อยปู ไปธนาคารปู ไปดูกระบวนการชุมชนครับ เราก็จะมีอยู่ในโปรแกรม อย่างเช่นถ้าไปปลูกป่าก็จะเป็นกลุ่มที่มาดูงานครับ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเนี่ย เราจะใส่ในเรื่องของผ้ามัดย้อม ธนาคารปูครับ ประมาณนี้ครับ

 

 

อยากให้เล่าย้อนก่อนที่จะมาเป็นชุมชนท่องเที่ยวเนี่ย พื้นที่นี้เคยมีปัญหาอะไรบ้างแล้วทำไมถึงเอาโมเดลเรื่องท่องเที่ยวเข้ามาใช้คะ

ปัยหาคือเราเป็นชุมชนชาวประมงนะครับ 80% ที่ทำประมง ฉะนั้นตลอดแนวชายฝั่งที่เราจับเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายทั้ง 4 ตำบล ก็คือไปทะเลหมดเลย ปัญหาก็คือ เมื่อก่อนเราเกิดขึ้นมา เรามาจากการพิทักษ์ป่าที่จะไปทำงานอนุรักษ์ครับ เมื่อก่อนเรามองว่ามันไม่มีรายได้ที่จะเข้ามาหล่อเลี้ยงระหว่างทาง คือทุกคนก็หาเช้ากินค่ำอยู่แล้ว คนเหล่านี้ก็จะหายไปเรื่อย ๆ พอเรามองเห็นนักท่องเที่ยวเข้ามาจากประเด็นนี้ด้วยเนี่ย ก็เลยกลายเป็นว่างานอนุรักษ์ งานจิตอาสา มันปกป้องได้ เช่น เราปลูกป่า 1 ต้น ก็มีคนมาช่วยปลูก ทำธนาคารปูก็มีคนเข้ามาช่วยปล่อย สิ่งเหล่านี้มันทำให้มองเห็นเส้นทางของการเติมเต็มในกระบวนการที่เรียกนักท่องเที่ยว ทุกคนก็จะมีรายได้จากการท้องเที่ยวไปด้วย อย่างเช่นไปดำน้ำ เราก็ใช่เรือของชาวประมงนี้แหละครับ ก็เกิดเป็นรายได้อย่างหนึ่งครับ

 

 

งั้นแปลว่าเราเกิดขึ้นจากการเป็นจิตอาสา มันไม่ยากใช่ไหมคะ ที่จะรวมกลุ่มคนในพื้นที่มาทำเรื่องท่องเที่ยว

มันมีกลุ่มคนอยู่แล้วครับ แค่เอาเรื่องท่องเที่ยวไปใส่ ซึ่งให้ทุกคนมองเห็นว่าทำแล้วมีรายได้ ทำแล้วจับต้องได้ เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีเรื่องท่องเที่ยวเข้าไป ทุกคนทำไป ๆ ทุกคนมองย้อนกลับมาข้างหลังว่าทำไปเพื่ออะไร ทำไปแล้วได้อะไรนะครับ ทุกคนก็จะมีคำถามนี้ขึ้นมา เพราะจิตอาสา เป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ที่ทำในส่วนนี้ เขาเลยไปมองคนกลุ่มมากว่า เขาก็ใช้ทรัพยากรแต่ทำไมเขาไม่ทำ มันก็มีผลกระทบตามมา เมื่อไหร่จุดเล็ก ๆ เริ่มทำให้เห็นภาพ ที่นี่เราเริ่มจากคนไม่กี่คนครับ ซึ่งพอมาปีนี้ คนที่ไม่เคยทำก็หันกลับมามองเห็นว่าการช่วยกัน การจับมือกัน มันไปได้นะครับ

 

 

งั้นแปลว่าตอนนี้ชุมชนขยายพื้นที่ไปหรือว่าขยายครอบครัวที่เข้ามาร่วมคะ

ในชุมชนตอนนี้ ครั้งแรกผมทำโมเดลที่บังฝนเลยครับ เมื่อประมานปี 56 เราใช้ตัวนี้เป็นครั้งแรกเลยครับ หลังจากนั้นมาปี 57-59 ครับ เราเริ่มจากบังฝนมาเป็นตำบลนะครับ ก็มีคนที่จะเข้ามาร่วมนะครับ ส่วนของบังฝนเอง มีคนเห็นด้วยก็เข้ามา บางคนที่เมื่อก่อนไม่เคยเห็นด้วย ตอนนี้ก็เข้ามาร่วมครับ

 

 

ถ้าอย่างนั้นคุณจะแนะนำชุมชนอื่นว่าถ้ามีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม การใช่เรื่องการท่องเที่ยว มันจะมีประโยชน์อย่างไร

จริง ๆ ผมอยากแนะนำเลยนะครับ เรื่องท่องเที่ยวมันเป็นเครื่องมือ อยากให้ทุกชุมชนมองเห็ยวิถี วัฒนธรรม และก็ความเป็นอยุ่ของสิ่งแวดล้อมในชุมชนเป็นหลักครับ เรื่องท่องเที่ยวเป็นเพียงกระบวนการที่จะเข้ามาจัดในทุก ๆ ด้าน อย่างเช่นในเรื่องคน เรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่ม การขายสินค้าในชุมชนครับ มัยจะเข้ามาเติมเต็มได้ทุกกระบวนการ แต่เมื่อไหร่ที่ชุมชนมองข้ามเรื่องนี้ไปแล้วหันมาจับเรื่องท่องเที่ยวเป็นหลัก ก็ค่อนข้างยาก เพราะว่าที่ผ่านมาบางชุมชนที่หันไปขยับแล้ว ชุมชนก็จะชิงผลประโยชน์กันเอง ก็ต้องมองว่าเรื่องท่องเที่ยวเป็นเพียงเครื่องมือนะ แต่เรื่อรายได้ค่อยว่ากันอีกที รายได้จริงถ้ามีนักท่องเที่ยว มันจะตามมาอยู่แล้วครับ ถ้าไปมองถึงผลประโยชน์นอกเหนือจากวัฒนธรรม นอกจากวิถี แล้วก็ทรัพยากรเป็นตัวตั้งนะครับ แล้วเมื่อไหร่ที่ทุกคนมองแต่ผลประโยชน์แล้วพวกนี้ก็จะหายไปนะครับ

 

 

คุณเห็นอะไรในตัวของนักท่องเที่ยวหรือเทรนในการท่องเที่ยวบ้างไหมคะ ที่จะช่วยกันรักษ์สิ่งแวดล้อม

จริง ๆ นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มที่มาเที่ยวชุมชนนะครับ ผมว่าเขามีใจอยู่แล้วครับ แล้วเราใส่กิจกรรมเข้าไปเป็นเส้นทางหลัก ว่าคุณมาที่นี่ มาเที่ยว นอกจากที่เที่ยวอื่นแล้ว มาเที่ยวเพื่อให้มุมมองของการเที่ยวในชุมชนยั่งยืนนะครับ ทุกคนที่มา ผมว่าเขาก็เห็นด้วยนะครับ ทุกคนที่มาที่นี่เดือนนึงก็ไม่ต่ำกว่า 100-150 คนนะครับ ทุกคนดีครับ อยากจะไปเล่นกิจกรรมในชุมชน  อยากไปพูดคุยกับชาวบ้าน ก็ได้ไปเห็นวิถีชาวบ้าน ซึ่งบางกิจกรรมเขาไม่เคยเห็นมาก่อนครับ