คุณแบงค์ บล็อกเกอร์จากเพจ พาวัวไปล่าม

Green Story Interview

อยากจะให้เล่าถึงหน้าที่การงานก่อนว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้เป็นอะไรบ้าง

ตอนนี้ทำอยู่สองสามอย่างครับ อย่างแรกเลยทำบล็อกเกอร์ครับผม แล้วก็ทำรับเหมาด้วยครับ มาได้เกี่ยวกับท่องเที่ยวครับ เป็นงานอดิเรก

 

 

ในส่วนของจ็อบพาวัวไปล่าม เป็นอย่างไรบ้าง ณ วันนี้ เล่าให้คนติดตามได้ไหมว่ามีอะไรดีอะไรเด่นคะ

จริง ๆ แล้ว พาวัวไปล่ามเนี่ยครับ เป็นเพจที่เป็นไลฟสไตล์อย่างหนึ่งที่เอาตัวเองเป็นหลักเลย ผมชอบเที่ยวในแบบที่เป็นธรรมชาติ จะไม่ค่อยมีที่หรู ๆ มีแต่แบบที่เป็นธรรมชาติ ทะเล เป็นหลักครับ หลัง ๆ มานี้เพราะว่าตัวเองเป็นคนกระบี่ เที่ยวในตัวภาคใต้เยอะครับ

 

 

แล้วตอนนี้บล็อกมีคนติดตามเยอะแค่ไหนคะ

ก็ประมาณ 300,000 กว่าคนครับผม

 

 

แล้วแบบนี้เราเดินทางท่องเที่ยวบ่อย ๆ ไหมคะ

ส่วนหนึ่งด้วยตัวของผมเองครับ เที่ยวเองอยู่แล้วด้วย หลัง ๆ ก็มีเที่ยวกับเพ่อนบ้าง เที่ยวกับครอบครัวบ้างครับ ทำให้ท่องเที่ยวบ่อยไหม บ่อยมาก ๆ แทบจะแบบ 2-3 เดือนหรือว่าปีนึงครับ ผม Fulltime เลย เที่ยวแบบไม่ได้ทำอะไรเลย

 

 

จุดเด่นของบล็อกตัวเอง จุดเด่นในเรื่องของเนื่อหา เราอยากให้คนที่ติดตามได้อะไรบ้าง นอกความสนุก

จริง ๆ แล้วผมจะเน้นเรื่องของการให้ข้อมูลครับว่าการเข้าถึงนู้นนี้นั้น เป็นอย่างไรครับ ส่วนใหญ่เราจะใช้ธรรมชาติ ให้ดูแลธรรมชาติกันครับ รักษาให้มันดีขึ้น ผมว่าด้วยตัวเองก็อินกับเรื่อขยะ บ้านอยู่เกาะด้วยครับ หลัง ๆ ก็เริ่มงานครับ

 

ในเรื่องของการท่องเที่ยวที่ควรใส่ใจสิ่งแวดล้อม เท่าที่เราเห็นหรือสัมผัส มีเยอะไหมคะ

เยอะนะครับ ผมว่าตอนนี้หลาย ๆ อย่าง ทั้งคนเที่ยวและผู้ประกอบการเอง เขาก็ปรับตัวให้เข้าใจธรรมชาติ ผมว่าคนที่ปรับตัวเร็วที่สุดจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่แบบกำลังเรียนอยู่แบบนี้ครับ แล้วก็ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เขาก็นำเรื่องพวกนี้ครับ มาจัดการให้มันเข้าถึงง่ายขึ้นครับ เหมือนเราไปออกเที่ยวทัวร์ครับ แต่เมื่อก่อนเป็นแก้วพลาสติก แต่ตอนนี้เป็นแก้วกระดาษ ย่อยสลายได้ครับ

 

 

เราจะสร้างกระแสของการท่องเที่ยวเพื่อสิ่งแวดล้อม เราควรจะทำอย่างไร ในความเห็นของตัวเราเอง

จริง ๆ ผมว่าทำหลาย ๆ ด้วยตัวเราเอง มันคงจะไม่ได้ แต่ว่าต้องให้ความรู้เขาไปด้วยครับ เหมือนเราไปเที่ยวเราทำให้เขาเห็นว่าเราใช้ของแบบนี้นะ เราก็เป็นตัวนำ เหมือนผมอย่างนี้ครับ เวลาผมใช้ครีมกันแดด ผมก็ใช้ครีมกันแดดที่รักโลกครับ แบบที่ไม่ทำร้ายปะการัง หรือว่าใช้อุปกรณืที่ไม่มีผลต่อปะการังมากมายครับ พูดถึงทะเลเป็นหลักเลย เพราะว่ามันน่าจะใกล้ตัวมากที่สุด

 

 

มีสถานที่ท่องเที่ยวไหนที่เห็นว่ามีการจัดการที่น่าสนใจ น่าจะเป็นกรณีศึกษาให้กับคนหรือผู้ประกอบการทั่วไปคะ

ถ้าให้ยกตัวอย่าง คงเป็นสิมิรันครับ หรือว่าเกาะสุรินทร์ครับ ที่เขาพยายามจัดการกับนักท่องเที่ยว เพราะว่ามันใกล้ตัวมาก ๆ เลย เขาจัดการกับจำนวนนักท่องเที่ยวได้ดีพอสมควรครับ ในปีแรก ๆ ที่เขาทำเลยครับ เมื่อก่อนจากไม่มีการจำกัด ตอนนี้ก็เริ่มมีการจำกัดขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องเริ่มพัฒนาตัวเอง มันได้อะไรหลาย ๆ อย่างครับ พอจำกัดก็จะได้เพิ่มราคาขึ้น ทุกคนก็จะอยู่ได้ดีขึ้นครับ นักท่องเที่ยวก็จะโหยหา เพราะว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ไปครับ ต้องพยายามมากขึ้น

 

 

ในส่วนที่เราท่องเที่ยวมา นอกจากเรื่องขยะ เรื่องพลาสติก เราคิดว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยว มีอะไรที่ยังขาด คนยังลืมนึกถึงอยู่

จริง ๆ แล้วเรื่องน้ำเสียก็สำคัญครับผม สำหรับผมที่เคยไปเจอที่เกาะนางครับ มีน้ำเสียจากโรงแรม ตัวผู้ประกอบการเอง เขาก็ไม่ได้ตระหนัก เขาเห็นคนอื่นก็ทำ น้ำเสียมันลงทะเล พวกที่อยู่ริมหาดก็ทำอะไรไม่ได้เลยครับ น้ำก็เสียไป คนที่มาเล่นทะเลก็คัน สุขภาพก็ไม่ดี ปลาก็ตาย มันใกล้ตัวมาก ๆ เลย ผมมองว่ามันน่ากลัวมาก ๆ ที่เราไม่ค่อยจัดการกันกับสิ่งแวดล้อมครับ

 

 

อยากให้ฝากถึงคนที่ทั้งเป็นผู้ประกอบการและเป็นนักท่องเที่ยวด้วยว่าในเรื่องของการใส่ใจสิ่งแวดล้อม มันสำคัญอย่างไร

ผมว่าสำคัญที่สุดน่าจะเป็นใกล้ตัวเรามาก ๆ เลยครับตอนนี้ สุดท้ายจากเมื่อก่อนที่เขาชอบพูดว่าเก็บทรัพยากรไว้ให้ลูกหลาน แต่ตอนนี้คือถ้าเราไม่ดูแลเขา เขาก็จะไม่อยู่กับเรา ไม่ต้องถึงลูกหลานหรอกครับ แค่ขยะทิ้งไม่ลงถังในทุก ๆ วันนี้ครับ สุดท้ายก็ไปออกทะเลหมดเลย น้ำป่ามาที น้ำท่วมที มันก็ลงทะเลหมด ทะเลมันมีผลต่อทุก ๆ อย่าง อาหารการกินที่กินกันอยู่ทุกวันนี้ยังมีสารไมโครพลาสติกในเนื้อเลยครับตอนนี้ มันใกล้ตัวมาก ๆ เลยครับ สุดท้ายแล้วถ้าเราไม่ช่วยกัน มันก็กลับมาที่ตัวเราเองอยู่ดี แล้วก็ทำให้เรานี่แหละเดือดร้อนกับมันไปเรื่อย ๆ ครับ