ชุมชนบ้านไม้รูด จังหวัดตราด ‘ที่นี่มีให้เพียงธรรมชาติและวิถีชุมชนประมงพื้นบ้าน’

Article Green Story

ภาพเรือประมงหาปลาท้องถิ่นใต้หลากสีหลายลำจอดเทียบท่า  ท่ามกลางระบบนิเวศน์อันอุดมของป่าดิบชื้นแห่งเทือกเขาบรรทัด บริเวณทะเลภาคตะวันออก ชายแดนเชื่อมต่อประเทศกัมพูชา ณ หมู่บ้านประมงเล็กๆ ในจังหวัดตราด ที่ถูกเรียกขานกันว่า ‘ชุมชนบ้านไม้รูด’ มีอะไรมากกว่าการเป็น Hidden Gem ในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษณ์ของประเทศไทยไปแล้ว เพราะที่นี่มีให้เพียงธรรมชาติบริสุทธิ์และประมงพื้นบ้าน อันเป็นต้นอย่างแห่งการแบ่งปันพึ่งพาอาศัยกันและกัน ในวันที่โลกหมุนเร็วเกินกว่าที่ทรัพยากรทางธรรมชาติยากจะตามได้ทัน

 

ดังนั้นชาวบ้านไม้รูดทุกครัวเรือน จึงประกาศตนกำหนดจุดยืนกับตัวเองว่าพวกเขาขอเป็น ‘กรีนซีตี้’ ที่เน้นธุรกิจสีเขียว เพื่อให้บ้านของสิ่งมีชีวิตนานาชนิดทางทะเลเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน และดูเหมือนว่าในปัจจุบันนี้สิ่งที่ชาวบ้านคิด ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ลงมือทำอย่างจริงจัง ภายใต้การส่งเสริมและช่วยเหลือจากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) จะต่อยอดออกผลจนกลายเป็นจุดหมายปลายทางในการมาพักผ่อนท่องเที่ยวทะเลสวย ลิ้มรสอาหารทะเลสด สัมผัสชีวิตพื้นบ้าน ที่ไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้นแต่กำลังกลายเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติด้วยเช่นเดียวกัน

 

มนต์เสน่ห์ ‘ชุมชนบ้านไม้รูด’ ต้องเริ่มที่เรื่องของปูม้า นับแต่ปี 2554 ชาวบ้านพบว่าสัตว์น้ำมีจำนวนลดลง จึงรวมตัวกันตั้งกลุ่มอนุรักษ์ โดยมีการจัดตั้ง ‘ธนาคารปูม้า’ ขึ้นมา เพื่อฟื้นฟู ขยายพันธุ์ปูม้าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ การมาที่นี่นักท่องเที่ยวจึงจะได้เป็นส่วนหนึ่งกับถิ่นวิถีไม่ว่าจะเป็นการหัดทำลอบปู (เครื่องมือจับปูขนาดเล็กที่ต้องใช้เหยื่อล่อมีรูปร่างหลายแบบ) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ทำลายระบบนิเวศน์และทรัพยากรทางทะเล หรือการนั่งเรือไปจับปู ปล่อยให้สายลมปะทะหน้า ผิวกร้านแดด มือเปียกน้ำเค็ม แล้วนำกลับมาปรุงเป็นมื้ออาหารให้อิ่มท้องตามแบบฉบับชาวประมงขนานแท้

 

หากว่ากันที่เรื่องอาหารทะเลแล้วที่นี่ก็นับได้ว่ายืนหนึ่งไม่แพ้ที่ไหนๆ ด้วยความที่เป็นชุมชนประมง อาหารทะเลจึงสดใหม่และมั่นใจได้ว่าปลอดสารเคมี ไม่ว่าจะเป็น ปูม้าตัวใหญ่เนื้อแน่นหวานนุ่ม กุ้ง กั้ง ปลาหลากหลายชนิด และหอยถ่าน จิ้มกับน้ำจิ้มรสจัดจ้าน ก็ต้องบอกว่าอร่อยสะใจสาวกอาหารซีฟู้ดแน่นอน รวมถึงอาหารท้องถิ่น อย่าง เคยทอดเสิร์ฟเคียงผักป่าส่งตรงจากเทือกเขาบรรทัด หากใครได้ลองชิมแล้วเป็นติดใจทุกรายไป

 

 

นอกจากอาหารการกินดีๆ ราคาท้องถิ่นแล้ว จุดท่องเที่ยวในชุมชนก็ยังมีให้แวะมาเยี่ยมชมกันอยู่หลายแห่ง ได้แก่ ‘หาดไม้รูด’ ด้วยลักษณะหาดทรายละเอียดขาวทอดยาวโอบล้อมน้ำทะเลใสสีคราม มีคลื่นลมเงียบสงบ ทำให้ผู้มาเยือนสามารถลงเล่นน้ำทะเลได้ตลอดทั้งวัน ถัดไปไม่ไกลก็เป็นจุดอันซีนไทยแลนด์อีกแห่งนั่นคือ ‘หาดสองสี’ หาดรูปทรงครึ่งวงกลมยาวหลายร้อยเมตร ความพิเศษอยู่ตรงจุดสิ้นสุดอีกด้านจะเป็นการบรรจบกันของหาดทรายสองสีระหว่าง สีขาวและสีน้ำตาลอมแดง เกิดเป็นความสวยงามที่ควรต้องมาเห็นด้วยตาตนเองสักครั้ง รวมถึงบนหาดยังมีต้นลำพูและแสมแดงอายุกว่า 100 ปี ที่ชาวบ้านตั้งใจอนุรักษ์เอาไว้ เพราะนับวันจะหาชมได้ยากยิ่งอีกด้วย

 

จากหาดสองสีถัดไปไม่ไกลก็จะมาเจอกับ ‘บ่อณวน’ จุดไฮไลท์ของชุมชุมอีกแห่ง ที่มองภายนอกอาจเหมือนบ่อน้ำธรรมดาทั่วไป แต่สิ่งที่ตาเห็นกับความเป็นจริงนั้นต่าง เพราะการมีบ่อน้ำจืดผุดขึ้นตามธรรมชาติใกล้ริมทะเลนั้นเป็นสิ่งอัศจรรย์อย่างหนึ่ง บ่อญวนแห่งนี้ ในช่วงเวลาน้ำทะเลหนุนก็จะเปลี่ยนเป็นน้ำเค็มเต็มบ่อ แต่เมื่อน้ำทะเลลดก็จะกลายสภาพเป็นน้ำจืด ชาวบ้านเล่าตำนานให้ฟังเมื่อครั้งก่อนเก่าว่าสมัยสงครามอินโดจีน เหล่าทหารเวียดนามมาค้นพบ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของชื่อบ่อญวน และยังเป็นจุดรวบรวมไพร่พลในคราวทำศึกกับฝรั่งเศส สำหรับชาวบ้านแล้วยามมีพิธีกรรมสำคัญๆ ต่างทางพระพุทธศาสนา น้ำในบ่อณวนก็จะถูกนำมาใช้ร่วมด้วยเสมอ

 

ใครเบื่อเดินเล่นริมหาดก็สามารถออกเรือเลียบชายฝั่งเพื่อชมโลมาอิราวดีที่มีอยู่จำนวน 200 – 400 ตัว ไม่ก็นั่งเรือเล็กชมวิถีชีวิตของชาวประมงพร้อมชมธรรมชาติสองฝั่งคลองในคลองบ้านไม้รูดได้ โดยตลอดเส้นทาง 5 กิโลเมตรนั้น อุดมไปด้วยป่าชายเลน มีการวางลอบปู การลงหาดเก็บหอยถ่าน หอยพอก และร่วมกันปลูกป่าชายเลน เพื่อเป็นการช่วยสร้างความสมบูรณ์ทางทรัพยากรให้มีความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง และสามารถตอบโจทย์เรื่องการดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างครบวงจร

 

เมื่อถึงเวลาอาทิตย์ลับขอบฟ้า อีกหนึ่งกิจกรรมที่จะทำให้ทุกคนหลงรักชุมชนแห่งนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นเลยก็คือ การปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเสียงคลื่นกระทบลำเรือ และให้สายตากระทบแสงสีเหลืองทองระยิบระยับจากฝูงหิ่งห้อยบินเอื่อยเฉื่อยไปมาอยู่ริมสองฝั่งตลิ่ง จะมีอะไรชาร์จพลังชีวิตและความสุขไปได้มากกว่านี้อีกเล่า

 

ความมหัศจรรย์สุดท้ายเกิดขึ้นตามฤดูกาลตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงพฤศจิกายน บริเวณผืนน้ำสีฟ้าครามริมชายฝั่งจะถูกเปลี่ยนแต่งแต้มไปด้วยความสดใส จากแมงกระพรุนหลากหลายสีสัน ทั้งส้ม แดง และขาว ที่ลอยตัวบนผิวน้ำ ก่อเกิดองค์ประกอบศิลป์สุดงดงาม ผลงานจากธรรมชาติที่บรรจงแต่งแต้มฝีพู่กันหยดหยอดสีสันอย่างลงตัว เป็นดั่งผลงานมาสเตอร์พีชชิ้นเอก ที่มอบเป็นของขวัญให้กับชุมชนนี้เพียงหนึ่งเดียว

 

หลายคนอาจคิดว่าระยะทางมายังชุมชนบ้านไม้รูด จังหวัดตราด นั้นไกลไปและต้องใช้เวลาพอสมควรในการมาเยือน จริงเท็จแค่ไหนขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ล่ะคน เพียงสิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนความคิดได้ก็คือการเดินทางมาลองสัมผัสชุมชนน่ารักๆ ในโอบกอดของธรรมชาติแห่งนี้ด้วยตาด้ายหัวใจของตัวเอง แล้วบางความคิดอาจเปลี่ยนไป จากความไกลและเสียเวลากลายเป็นความคุ้มค่าที่ในชีวิตได้มาท่องเที่ยวพักผ่อนที่นี่สักครั้ง