เลือกที่เที่ยว ให้สายเขียวโดนใจ

Article

นับวันกระแสของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มีแนวโน้มได้รับความสนใจพุ่งสูงขึ้น นักท่องเที่ยวเริ่มหันมาสนใจการท่องเที่ยวที่ไม่ได้แค่เยี่ยมเยือนสถานที่เด่นดัง แต่ยังต้องการประสบการณ์กับวิถีท้องถิ่นมากขึ้น รวมถึงการเรียนรู้ และใส่ใจการทำกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวจึงเริ่มมองหาจุดหมายใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์รสนิยมของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ส่วนเส้นทางสีเขียวแบบไหน ที่จะทำให้โปรแกรมทัวร์ของคุณโดนใจเหล่านักเดินทางผู้รักโลก เรามีคำแนะนำ

 

 

Creative Tourism

 

การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เป็นรูปแบบการเดินทางที่ผู้ประกอบการสามารถนำมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกสถานที่ไว้ในโปรแกรมท่องเที่ยว เพื่อให้นักเดินทางได้สัมผัสทั้งประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกับสถานที่ไปเยือนน้อยที่สุด

 

ประการแรก การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ หรือ Creative Tourism เป็นการเดินทางที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เห็นวิถีชีวิตจริงของท้องถิ่นที่ไปเยือน ไม่เพียงแค่เห็น แต่ยังต้องได้สัมผัส ลงมือทำ พูดคุย และทดลองใช้ชีวิต หรือทำกิจกรรมเหมือนเป็นคนในพื้นที่ หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วการท่องเที่ยวแบบนี้จะช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างไร …

 

สิ่งแวดล้อม คำนี้ในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของต้นไม้ สายน้ำ สายลม และแสงแดดนะสิ แต่ยังรวมถึงประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตของชุมชนด้วย และการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ นักท่องเที่ยวคือผู้ที่จะต้องเปิดใจเรียนรู้ และปรับตัวในการอยู่ร่วมกับชุมชน

 

ดังนั้นผู้ประกอบการ หรือผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวจะจัดโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวทั้งที คงต้องมีคำว่า Slow Life ไว้ในใจเสมอ เพราะลูกค้าที่เลือกเดินทางรูปแบบนี้จะได้สนุกสนานกับการลงมือทำ ได้พูดคุยกับคุณย่า คุณยาย หรือปราชญ์ชาวบ้าน ยิ่งให้เวลานักท่องเที่ยวได้สัมผัสชุมชนลึกซึ้งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งตอบโจทย์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์มากขึ้นเท่านั้น แถมยังเป็นการช่วยอนุรักษ์วิถีท้องถิ่น หรือวัฒนธรรมที่เริ่มเลือนหายให้กลับมามีคุณค่า และเกิดการต่อยอดอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

 

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีหลายชุมชนที่สามารถนำมาสร้างเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้ อาทิ  บ้านน้ำเชี่ยว จ.ตราด, วิถีประมงพื้นบ้าน อ.บางละมุง จ .ชลบุรี, เรียนรู้สังคโลกบ้านเกาะน้อย จ.สุโขทัย และอีกมากมาย ที่เพียบพร้อมรอปรากฏตัวในเส้นทางนำเที่ยวของท่าน

 

 

งอบน้ำเชี่ยวหัตถกรรมพื้นบ้าน บ้านน้ำเชี่ยว จ.ตราด

 

 

วิถีประมงพื้นบ้าน อ.บางละมุง จ .ชลบุรี

 

 

สังคโลกบ้านเกาะน้อย จ.สุโขทัย

 

Low Carbon Tourism

 

เมื่อเลือกจุดหมายสุดสร้างสรรค์ได้แล้ว  ประการต่อมาที่ควรนำมาพิจารณาคือ ผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม อย่างที่ทุกคนทราบดีว่าทุกการเดินทางย่อมก่อให้เกิดมลพิษ ดังนั้นวิธีหนึ่งที่จะสร้าง หรือเลือกเส้นทางท่องเที่ยวสีเขียวคือต้องลดมลพิษ หรือสร้างมลพิษให้น้อยที่สุด

 

การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ หัวใจหลักของการเดินทางของรูปแบบนี้คือ นักท่องเที่ยวนอกจากจะรู้สึกเพลิดเพลิน สนุก สะดวกสบายแล้ว การเดินทางและกิจกรรมต้องคำนึงถึงการสร้างคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าการท่องเที่ยวปกติ ซึ่งทำได้ง่ายๆ ด้วยการใส่ใจในรายละเอียดของการเดินทาง  กิจกรรม และสถานที่เที่ยว อาทิ ใช้พาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงสร้างมลพิษน้อย กิจกรรมหรือการท่องเที่ยวในพื้นที่ธรรมชาติและชุมชนควรเป็นลักษณะไม่ก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น การปั่นจักรยาน พายเรือคายัค ล่องแพ การเดิน ฯลฯ เลือกที่พักที่มีการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี หรือแม้กระทั่งอาหาร โดยเลือกร้านในชุมชนที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาประกอบอาหาร เพื่อตัดขั้นตอนการขนส่งวัตถุดิบ ซึ่งจะช่วยลดมลพิษได้เป็นอย่างมาก ที่สำคัญยังเป็นการสร้างรายได้คืนสู่ชุมชนอีกด้วย

 

ที่กล่าวมาเป็น 2 ปัจจัยหลักของการเลือกจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวสีเขียว ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ประกอบการ หรือเป็นนักเดินทาง ก็สามารถนำเอา Creative Tourism และ Low Carbon Tourism มาตัวเลือกของการเดินทาง ที่ให้มากกว่าความเพลิดเพลินและการพักผ่อนหย่อนใจ และถ้าต้องการให้การเดินทางเป็นเส้นทางแบบรักษ์โลกแบบเต็มร้อย ทั้งรักษ์โลกและได้ประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทั้งวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม แนะนำให้ลองนำหลักการง่ายๆ ของโครงการ 7Greens โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มาพิจารณาในการเลือกจุดหมายปลายทาง ทั้ง Green Heart, Green Logistics, Green Attractions, Green Activity, Green Community, Green service และ Green Plus เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะได้รับความสนุกสนาน และเปิดโลกของแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ แบบห่วงใยโลกตั้งแต่เริ่มต้นกันเลยเชียวล่ะ

 

มาดูตัวอย่างที่เที่ยวที่จะทำให้คุณเดินทางแบบ Low Carbon ได้ง่ายๆ กัน

 

 

1. เกาะหมาก จ.ตราด

 

มือใหม่ กับการเที่ยวแบบ Low Carbon Tourism แนะนำให้ปักหมุดที่เกาะหมาก เกาะสวยน้ำใส ไม่ไกลเกาะช้าง จุดหมายปลายทางแรกในประเทศไทยที่ตั้งปฏิธานว่าจะปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศให้น้อยที่สุด มี ‘ธรรมนูญเกาะหมาก 8 ข้อ’ เพื่องดกิจกรรมท่องเที่ยวที่ก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ ฉะนั้นคุณจึงไม่ต้องกังกลเรื่อง carbon footprint อีกต่อไป กิจกรรมเที่ยวเกาะหมากมีตั้งแต่ขี่จักรยานไฟฟ้าสำรวจเกาะ พายเรือคายัค ดำน้ำตื้นดูปะการัง และอีกมากมาย

 

 

2. เมืองเก่า จ.น่าน

 

วิถีความเนิบช้า และวัฒนธรรมทำให้ใครก็ต่างหลงรักจังหวัดน่าน โดยเฉพาะเมืองเก่าซึ่งอัดแน่นไปด้วยวัดวาอารามโบราณ ของกินอร่อย และร้านกาเฟ่เก๋อีกมากมาย ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับการเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ เพราะเมืองมีขนาดเล็ก เที่ยวได้โดยขี่จักรยาน และการเดิน มีที่พักที่เอื้อต่อสิ่งแวดล้อม ชมภาพกระซิบรัก ณ วัดภูมินทร์ นั่งเรื่อยเปื่อยรับลม หรืออ่านหนังสือชิลๆ ณ บ้านๆ น่านๆ ห้องสมุดและเกสต์เฮาส์หัวใจสีเขียว ชาวบ้านที่นี่มีไมตรีจิต เวลาเจอกันเอ่ยคำทักทายสักนิด ไม่แน่ว่าอาจได้ของติดไม้ติดมือกลับมาเพียบ

 

 

3. ชุมชนพรหมโลก จ. นครศรีธรรมราช

 

ชุมชนเล็กๆ ใน อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เหมาะกับคนชอบสัมผัสกับความเป็นพื้นถิ่น โดยเฉพาะอาหารการกิน ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติสวย น้ำตกงาม ผลไม้อร่อย กินได้ไม่อั้น วิธีการเที่ยวแนะนำให้ซื้อแพ็คเกจ 2 วัน 1 คืน จากที่ทำการชุมชน ราคาประมาณ 1,900 บาท ราคานี้บ้านพักโฮมสเตย์ นอนกางมุ้ง อาหารพื้นบ้านจากวัตถุดิบท้องถิ่นทุกมื้อ และกิจกรรมเที่ยวชุมชน เช้าตรู่เดินตลาดเช้า ปั่นจักรยานชมหมู่บ้าน เรียนรู้วิธีเพาะเห็ด การทำสวนยาง ตกบ่ายกินข้าวริมน้ำตก ท่ามกลางความงามของน้ำตกพรหมโลก www.facebook.com/CBTPromlok

 

 

4. คุ้งบางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ

 

พื้นที่สีเขียวใกล้กรุงที่ได้รับการขนานนามว่า ‘ปอดของกรุงเทพมหานคร’ เพียงแค่ข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะพบกับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 12,000 ไร่  แนะนำให้เช่าจักรยานปั่นเที่ยว ลัดเลาะตามเส้นทาง ผ่านสวน คุ้งบางกะเจ้า มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ตลาดบางน้ำผึ้ง บ้านธูปหอมสมุนไพร พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย บ้านลูกประคบธัญพืช จุดชมหิ่งห้อย โบราณสถานในวัดวาอาราม รวมถึงสวนป่า และสวนผลไม้ที่มีให้เห็นอยู่ทั่วพื้นที่ของทั้ง 6 ตำบล เที่ยวบางกระเจ้าให้สนุกต้องค่อยๆ ละเลียดดู ละเลียดชม สามารถเที่ยวแบบ One-day Trip แต่ถ้าให้ดีเราแนะนำให้นอนค้างสักคืนเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด