เอสเอ็มอีสามารถช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนได้อย่างไร

Article Green Story

กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจไทย ทำรายได้คิดเป็นร้อยละ 36 ของผลิตภัณฑ์ในประเทศเบื้องต้น(GDP)ในปี 2018 ทางรัฐบาลวางแผนที่จะเพิ่มตัวเลขนี้ให้เป็นร้อยละ 50 ในปี 2025 จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าความสำคัญของเอสเอ็มอีในประเทศไทยมีแต่จะเพิ่มขึ้นกับเพิ่มขึ้น

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในประเทศไทยส่วนใหญ่คือเอสเอ็มอี ดำเนินงานโดยบริษัทเอกชน ผู้ประกอบการ กลุ่มชุมชนหรือองค์กรไม่แสวงหากำไร อย่างไรก็ตามพวกเขาเหล่านี้อยู่ในจุดที่เสียเปรียบในด้านนำเสนอการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่ดี เนื่องด้วยธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรหรือข้อมูล นอกจากนั้นเหล่าผู้บริหารธุรกิจการท่องเที่ยวยังมักกังวลว่าการทำให้ ‘เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม’ จะส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นแต่รายได้ลดลง

ในความเป็นจริงมีผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจมากมายสำหรับการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี ยกตัวอย่างเช่น เหล่านักท่องเที่ยวเริ่มมีความตื่นตระหนกเรื่องสิ่งแวดล้อมและปัญหาสังคม พวกเขาหลายคนจะศึกษาข้อพันธกิจของโรงแรมและบริษัทนำเที่ยวก่อนใช้บริการ การร่วมมือกับคนท้องถิ่นในขั้นตอนการตัดสินใจและจ่ายค่าจ้างที่เป็นธรรมแก่งานของพวกเขาจะทำให้เอสเอ็มอีสามารถสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

แน่นอนว่าเพื่อจะสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนั้น เอสเอ็มอีจะต้องมีความเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว เป็นมิตรกับธรรมชาติ และเป็นมิตรกับชุมชน การจะเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวได้นั้น พวกเขาต้องดำเนินการในสภาพแวดล้อมที่สะอาดน่าดึงดูดใจซึ่งมีสถานประกอบการที่สะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยว มีพนักงานที่มีความรู้พร้อมให้ความช่วยเหลือ และมอบโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจค้นพบธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น ตัวอย่างที่ดีของประเด็นนี้คือเฟิร์นรีสอร์ทในจังหวัดแม่ฮ่องสอน นักท่องเที่ยวจะได้รับแผนที่เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับพืชพรรณและสัตว์ประจำถิ่นขณะที่เดินตามเส้นทางธรรมชาติ

การเป็นมิตรกับธรรมชาติหมายถึงการวางแผนอย่างระมัดระวังเวลาสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ การใช้พลังให้น้อยที่สุดและตั้งเป้าที่จะไม่สร้างขยะ หนึ่งวิธีในการลดการใช้พลังงานคือการสร้างสิ่งปลูกสร้างให้ทำมุมฉากกับทิศทางของลมประจำปี วิธีนี้จะทำให้มีลมพัดตามธรรมชาติจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ

การเป็นมิตรกับชุมชนนั้นคือการพูดคุยสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับคนท้องถิ่นในทุกแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยว การจ้างพนักงานเป็นคนท้องถิ่นในกรณีที่สามารถทำได้  (เช่นไกด์นำเที่ยว พนักงานโรงแรมและร้านอาหาร) และคอยมองหาวิธีการที่จะช่วยสนับสนุนวัฒนธรรมท้องถิ่นอยู่เสมอ ซึ่งสามารถทำได้โดยการเปิดร้านค้าขายของฝากทำมือพื้นเมือง หรือจัดการแสดงดนตรีและการเต้นรำท้องถิ่นให้แก่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ตราบเท่าที่คนท้องถิ่นได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจการท่องเที่ยว เชื่อได้ว่าพวกเขาจะต้อนรับเหล่าเอสเอ็มอีอย่างอบอุ่นเข้ามาสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างแน่นอน