Elephant Nature Park ศูนย์บริบาลช้าง สถานที่ที่คนและช้าง ได้แบ่งปันรอยยิ้มให้กันและกัน

Article

คุณเคยเห็นช้างส่งยิ้มหวานไหม… ถ้ายัง… แนะนำให้ไปชื่นชมรอยยิ้มหวานๆ ผสมความน่ารักของช้างฝูงใหญ่ ที่ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ ลานกว้างใหญ่ ธารน้ำใส ขุนเขาตระหง่าน ภายใน “Elephant Nature Park” ศูนย์บริบาลช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ จะทำให้คุณได้ใกล้ชิดกับช้างมากกว่าทุกประสบการณ์ที่เคยผ่านมา และยังได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมที่แสดงถึงความรัก ความห่วงใย ร่วมใส่ใจอนุรักษ์ช้างไทย ที่ในตอนนี้มีจำนวนลดน้อยลงอย่างน่าเป็นห่วง

 

ช้างกว่า 30 ตัว ตั้งแต่วัยแรกเกิดไล่เรียงไปจนถึงช้างแก่มีอายุมากที่ใช้ชีวิตอยู่ในศูนย์แห่งนี้ เดิมทีนั้นทุกตัวล้วนแล้วแต่ผ่านเรื่องราวความเจ็บปวดมาด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งถูกทอดทิ้งและทารุณกรรม ก่อนจะมาได้ชีวิตใหม่ ณ ศูนย์บริบาลช้าง Elephant Nature Park ทำให้พวกเขาได้กลับมาใช้ชีวิตตามธรรมชาติโดยแท้อย่างสงบสุขและมีเสรี ภายในสวนป่าล้อมรอบแห่งขุนเขาอำเภอแม่แตง ซึ่งห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่โดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 1 ชั่วโมง

 

Elephant Nature Park ได้รับการคัดเลือกให้ติดอันดับ 1 ใน 10 สถานบริบาล และดูแลสัตว์ที่ดีที่สุดระดับโลก จากการจัดอันดับโดยนิตยสารสิ่งแวดล้อมชื่อดังที่มีผู้อ่านทั่วโลกอย่าง โกลบอน ซิติเซน (Global Citizen) เพราะศูนย์บริบาลช้างแห่งนี้มีรูปแบบการบริหารจัดการที่เหมาะสม โดยเน้นการเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ มีทีมงานดูแลช้างภายในศูนย์ฯ และเจ้าหน้าที่ในส่วนต่างๆ ทำงานใกล้ชิดกับช้างตลอดเวลา อีกทั้งยังมีอาสาสมัครที่มีเป้าหมายอยากช่วยเหลือช้าง คอยให้การสนับสนุนในหลากหลายรูปแบบ และยังมีมูลนิธิช่วยเหลือช้างซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ก่อตั้งในนามสิทธิของช้างเอเชียในประเทศไทย โดยภารกิจหลักของมูลนิธิคือการเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพของช้างเอเชียที่ได้รับอันตราย การศึกษาท้องถิ่น ในด้านการรักษามนุษยธรรมต่อช้างและให้ที่พักอาศัย เพื่อช่วยเหลือช้างที่สวนป่าธรรมชาตินอกจากรับดูแลช้างแล้ว…สถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ดูแลสุนัขจรจัด แมวไร้บ้านที่ชาวบ้านช่วยเหลือจากที่ต่างๆ วัวควายที่ช่วยมาจากโรงฆ่าสัตว์กว่า 200 ตัว ม้าพิการ และ สัตว์อื่นๆ อีกเป็นพันกว่าชีวิต จึงเป็นข้อยืนยันในการติดอันดับใน 10 สถานที่ที่อนุรักษ์สัตว์ที่ดีที่สุดในโลก ที่อยู่ในมาตรฐานโลกว่าด้วยระบบนิเวศวิทยา และให้ความรู้การศึกษาเชิงอนุรักษ์กับผู้มาเยือน

 

 

ที่นี่ยังเป็นต้นแบบของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในรูปแบบของอาสาสมัคร โดยมีอาสาสมัครจากทั่วทุกมุมโลกหลั่งไหลกันเข้ามาทำงานทุกสัปดาห์ จึงมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับช้างอย่างมากที่สุด เพราะช้างสามารถเดินไปได้ตามใจต้องการไม่มีการล่ามโซ่ ใช้ตะขอ หรือง้าว และไม่มีการให้นั่งหลังช้าง พวกฝูงช้างมีชีวิตอย่างเป็นอิสระ กินและเล่นได้ตามวิถีของเขา บ่อยครั้งยามอากาศร้อนพวกเขาจะเดินกันไปที่ธารน้ำ แล้วพากันใช้งวงดูดน้ำพ่นใส่ตัวเองเพื่อระบายคามร้อน หรือลงเล่นโคลนให้ร่างกายได้รับความเย็น ช้างมีอิสระในการเลือกกลุ่มที่เป็นครอบครัวด้วยตัวเขาเอง ทั้งยังสามารถเลือกที่จะมีหรือไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนก็ได้ แต่เพราะช้างเหล่านี้ถูกดูแลเอาใจจากทีมผู้ดูแล และอาสาสมัครทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พวกเขาจึงเกิดความคุ้นเคยกับคน และปฏิบัติต่อคนอย่างเป็นมิตร

 

ศูนย์บริบาลช้างที่อำเภอแม่แตงให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป แทนที่จะมานั่งบนหลังช้างอย่างที่อื่น (ซึ่งต่อให้คุณอยากนั่ง ที่นี่ก็ไม่มีบริการนั่งหลังช้าง) แต่สิ่งที่มีเตรียมไว้ให้นั้นดีกว่ามากนัก เพราะคุณจะสามารถเดินเคียงข้างเจ้าช้างอย่างใกล้ชิด ได้เห็นพวกเขากินหญ้า เล่นหยอกล้อกัน เห็นการสื่อสารกันตามวิถีธรรมชาติ ต่อจากนั้นยังจะได้พาช้างลงไปในแม่น้ำเพื่ออาบน้ำ ได้ความรู้สึกแข็งแรงและอ่อนโยนของช้าง ขณะที่คุณกำลังยื่นกล้วยให้กับพวกเขา แม้กระทั่งได้เห็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวันต่างๆ เช่น การถูร่างกายกับต้นไม้ การพลิกหูและหางโบกสะพัดไปมา เฝ้าดูแม่ช้างแสดงความรักความห่วงใยต่อลูกช้างในกลุ่ม

 

 

นอกเหนือจากการเฝ้าดูรอยยิ้มของช้างแล้ว ยังมีกิจกรรมเพิ่มเติมประสบการณ์ให้กับผู้มาเยือนได้ประทับใจยิ่งขึ้น ด้วยการเดินเท้าเข้าชมแหล่งศึกษาเชิงอนุรักษ์บริเวณป่าโดยรอบที่พัก เพราะเต็มไปด้วยต้นไม้จำนวนมาก พืชสมุนไพรตามธรรมชาติ โดยมีโรงเพาะชำกล้าไม้สำหรับต้นไม้กว่า 100,000 ต้น โดยปลูกไปแล้ว 20,000  ต้น ภายในพื้นที่ของศูนย์ฯ และในทุกฤดูฝนจะมีการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ซึ่งที่ผ่านมาทางศูนย์ฯ ต้องเผชิญกับผลของการตัดไม้ทำลายป่า เหมือนๆ กับพื้นที่ป่าทั่วไปในประเทศไทย เพราะมีต้นไม้น้อยลง ช้างจึงไม่สามารถหาอาหารได้เองอย่างเพียงพอ ช้างตัวหนึ่งนั้นสามารถกินใบไม้และผลไม้ได้ถึง 200 กิโลกรัมต่อวันอย่างสบายๆ ผลจากการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้มีอาหารในป่าไม่เพียงพอที่จะรองรับการดำรงชีวิตของช้างตามธรรมชาติ ซึ่งอาสาสมัครผู้ดูแลช้าง จะได้เข้าร่วมภารกิจปลูกต้นไม้เพื่อช้าง พร้อมกับจะมีผู้เชี่ยวชาญพาเดินเท้าเข้าไปในป่าเพื่อพักค้างแรมในบรรยากาศแคมป์ก่อกองไฟ สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่แท้จริง ซึ่งหาไม่ได้ในเมืองใหญ่ และที่ตั้งแคมป์นั้นยังสามารถดูพฤติกรรมของช้างในยามค่ำตลอดทั้งคืนได้อีกด้วย

 

หากคุณและครอบครัวอยากสัมผัสกับช้างอย่างใกล้ชิด อยากเห็นรอยยิ้มและชีวิตธรรมชาติแท้ๆ ของช้าง ภายใต้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ Elephant Nature Park ศูนย์บริบาลช้างแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ควรมาเยือนเพื่อสร้างประสบการณ์ชีวิตสักครั้ง

 

การเดินทาง: สำหรับการเดินทางมายัง Elephant Nature Park ก็ไม่ยาก เพียงออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้ามาสู่อำเภอแม่แตง บนถนนทางหลวงหมายเลข 107 ซึ่งห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 40 กิโลเมตร โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

เปิดให้เข้าชม: ทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 น. – 17.00 น.

ที่ตั้ง: ศูนย์บริบาลช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ติดต่อ: 053 272 855