.

รูปแบบการเดินทางสีเขียว (GREEN LOGISTICS)

GREEN LOGISTICS

“ท่องเที่ยวใกล้ไกล ใช้พลังงานให้คุ้มค่า”

วิธีการเดินทางและรูปแบบการให้บริการในระบบการคมนาคมหรือการขนส่งจากแหล่งพำนัก/อาศัย ไปยังแหล่งท่องเที่ยว ที่เน้นการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยว ไม่ว่าแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมายของการเดินทางนั้นจะอยู่ระยะใกล้ๆ หรือไกลข้ามจังหวัด หรือข้ามประเทศ ย่อมไม่พ้นที่จะต้องอาศัยพาหนะในการเดินทาง แต่การเดินทางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมนั้นเราก็สามารถทำได้ในหลายๆวิธี เช่น การเลือกใช้พาหนะในการเดินทางให้เหมาะสม พาหนะที่เลือกใช้นั้นลดหรือประหยัดพลังงานลงได้หรือไม่ ขณะที่ผู้ประกอบการ รวมถึงเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวก็อาจมีการบริการจัดการในเรื่องของการเดินทาง จัดหาพาหนะทั้งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือการจัดการด้วยรถบริการสาธารณะมากกว่าการเน้นให้นักท่องเที่ยวใช้พาหนะส่วนตัว

ซึ่งที่ผ่านมาก็มีหลายโครงการที่ได้รับความสำเร็จทั้งในเรื่องของจำนวนนักท่องเที่ยว และการลดการใช้พลังงานได้ อย่างเช่นโครงการที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ ที่ให้ทั้งความสนุก สะดวก ปลอดภัย และยังลดการใช้พลังงานและพาหนะ(ส่วนตัว) ได้อย่างเห็นผล ส่วนอีกโครงการหนึ่งที่ได้รับความสำเร็จไม่แพ้กัน ก็คือ เส้นทางท่องเที่ยวของการขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ อาทิ ทัวร์ไหว้พระในกรุงเทพฯ เส้นทางวัฒนธรรมพาไปดูชุมชนและความงดงามรอบเมืองเก่าในกรุงเทพฯ

นอกจากนั้นการส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวโดยการปั่นจักรยานทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดนอกจากจะทำให้คนได้เรียนรู้ในเรื่องของการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้นแล้ว นักท่องเที่ยวประเภทนี้ก็ยังได้สุขภาพที่ดีกลับไปเป็นของแถมอีกด้วย และจะเป็นการดีมากขึ้น หากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆนอกจากให้ข้อมูลในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวแล้ว การเสนอทางเลือกในเรื่องของการเดินทางที่สามารถเข้าถึงพื้นที่หลากหลายรูปแบบ ให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจ ก็จะช่วยนักท่องเที่ยวสามารถใช้เป็นข้อมูลสำหรับเลือกการเดินทางให้เหมาะสม ไม่เกิดการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

เช่นเดียวกับแนวปฏิบัติของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเอง ก็มีการดำเนินการในเรื่องนี้ โดยได้วางแนวทางการปฏิบัติไว้ คือ (สามารถอ่านเพิ่มเติม / ดาวน์โหลดได้ด้านล่าง)

Tourists are encouraged to change the mode of transportation or the behavior when using their personal vehicle from their residence to the destination to help save and/or efficiently use the energy or switch to alternative energy.

Vehicles are involved in transportation be it near or far, across the province or even overseas but there are various modes of transportation if you are environmentally savvy. Are you using alternative or clean energy vehicle? Operators can also encourage the use of eco-freindly public transportation than the private ones.

In the past, many projects were successful both in terms of passenger number and reduced energy consumption, for instance, “Travel by Train” initiative by TAT and the State Railway of Thailand (SRT) that proved to be fun, convenient, safe and save the energy. Another outstanding projects were BMTA’s Temple Tour or Ratanakosin Cultural Trail.

Travel on bikes is not only nature friendly but healthy. Attractions should provide not only facts about the locale but also information on ways to get there for tourists to make the right decision that fits them and saves the most.

เอกสารเพิ่มเติม

สำหรับนักท่องเที่ยว

การสร้าง รูปแบบการเดินทางสีเขียว ในฐานะของนักท่องเที่ยว

แนวทางปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวคือ ปรับเปลี่ยนวิธีการเดินทาง และพฤติกรรมการใช้ยานพาหนะส่วนตัว จากที่พักอาศัยไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่ช่วยประหยัดพลังงาน หรือใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทน

  • ในกรณีที่เลือกใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว ควรปฏิบัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
    1. เดินทางร่วมไปกับเพื่อนๆ แบบ car pool ซึ่งจะช่วยลดจำนวนคันรถที่ต้องใช้ เป็นการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
    2. ไม่ควรบรรทุกน้ำหนักมากเกินพิกัดเพราะการบรรทุกน้ำหนักเกินเพียง 50 กิโลกรัมจะมีผลให้รถยนต์วิ่งได้ระยะสั้นลง 1 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 ลิตร
    3. ตรวจสอบลมยางทั้งสี่ล้อให้มีปริมาณที่เหมาะสม และสมดุลเพราะถ้าหากการขับขี่รถยนต์ที่ลมยางมีน้อยหรือต่ำกว่าพิกัด จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 30% ของภาวะปกติ
    4. ตรวจเช็ครถยนต์ตามระยะเวลา/ระยะทางที่คู่มือกำหนด จะเป็นการช่วยบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆไม่ให้สึกหรอ และสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งไม่สิ้นเปลืองน้ำมันเกินกว่าเหตุ
    5. การขับรถระยะทางไกลควรใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะจะช่วยลดการใช้น้ำมันลงได้ 20% หรือลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ตัน ต่อระยะทาง 3 หมื่นกิโลเมตร
    6. เปลี่ยนมาใช้พลังงานชีวภาพ เช่น ไบโอดีเซล เอททานอล แทนน้ำมันเชื้อเพลิงปกติ เป็นต้น
    7. หลีกเลี่ยงการเดินทางไปกลับระหว่างที่พักอาศัยกับแหล่งท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่การจราจรติดขัด
    8. ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งหากต้องหยุดรถยนต์เป็นเวลานาน หรือไม่มีผู้โดยสาร/ผู้ขับขี่อยู่ในรถ

ดังนั้น การวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ด้วยการเลือกวิธีเดินทางโดยไม่สร้างมลภาวะ หรือลดการใช้พลังงานลงเท่าที่จำเป็นเราก็ถือว่าได้ทำหน้าที่สมบูรณ์ขึ้นมาอีกขั้น

สำหรับผู้ประกอบการเรื่องที่พัก

การสร้าง รูปแบการเดินทางสีเขียว ในฐานะผู้ประกอบการที่พัก

แนวปฏิบัติของผู้ประกอบการทำได้โดย ปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถ ลดการใช้พลังงานหรือใช้พลังงานทดแทน

  • ผู้ประกอบการพัฒนาระบบการบริหารจัดการธุรกิจที่พัก (เช่น กำหนดนโยบาย มีแผนงานและกิจกรรม)ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือคำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว และเป็นธุรกิจที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกมากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้
  • ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทุกฉบับ
  • พนักงานหรือทีมงานในองค์กรได้รับการฝึกอบรม เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และวิธีปฏิบัติด้านการป้องกันและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
  • ผู้ประกอบการธุรกิจที่พัก ให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้ใช้บริการ/นักท่องเที่ยว เกี่ยวกับนโยบายและปณิธานการดำเนินธุรกิจ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและบทบาทในการลดภาวะโลกร้อน (เช่น อาจจัดให้มีป้ายสื่อความหมาย หรือแผ่นพับ หรือ DVD ในยานพาหนะ เป็นต้น)
  • มีการจัดซื้อจัดจ้างที่เน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น วัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงเป็นอาหาร/เครื่องดื่ม ของที่ระลึก สินค้าอุปโภค-บริโภคอื่นๆ เป็นต้น
  • ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้หรือย่อยสลายได้ยาก รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
  • มีการตรวจวัดการใช้พลังงานของรถยนต์ และมีมาตรการลดปริมาณการใช้พลังงานพร้อมพยายามปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทน
  • หมั่นตรวจซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ เครื่องทำความเย็น-ความร้อน และอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุดและใช้พลังงานน้อยที่สุด
  • มีการตรวจวัดการใช้น้ำและมีมาตรการลดปริมาณการใช้น้ำ เช่น การใช้โถชักโครกที่มีการ ใช้น้ำ สองระดับและจำกัดการไหลของน้ำบริเวณอ่างล้างมือ เป็นต้น
  • พนักงานขับรถ/ขับเรือ ต้องผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมที่เน้นถึงความปลอดภัยและการขับขี่แบบประหยัดพลังงาน
  • มีการบำบัดน้ำเสียและน้ำทิ้งอย่างมีประสิทธิภาพ
  • จ้างงานคนท้องถิ่นและจัดให้มีการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และทักษะเกี่ยวกับการบริหารจัดการทางการท่องเที่ยว
สำหรับเจ้าของธุรกิจท่องเที่ยว

การสร้าง รูปแบบการเดินทางสีเขียว ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว

แนวทางปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถ ลดการใช้พลังงานหรือใช้พลังงานทดแทน

  • ผู้ประกอบการ พัฒนาระบบการบริหารจัดการธุรกิจนำเที่ยว (เช่น กำหนดนโยบาย มีแผนงานและกิจกรรม)ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือคำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว และเป็นธุรกิจที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้
  • ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทุกฉบับ
  • พนักงานหรือทีมงานทั้งในสำนักงานและบนยานพาหนะได้รับการฝึกอบรม เกี่ยวกับบทบาท หน้าที่และวิธีปฏิบัติด้านการป้องกันและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
  • ผู้ประกอบการ ให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้ใช้บริการ/นักท่องเที่ยว เกี่ยวกับนโยบายและปณิธานการดำเนินธุรกิจนำเที่ยว ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและบทบาทในการลดภาวะโลกร้อน (เช่น อาจจัดให้มีป้ายสื่อความหมาย หรือแผ่นพับ หรือ DVD ในยานพาหนะ เป็นต้น)
  • มีการจัดซื้อจัดจ้างที่เน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น วัตถุดิบที่ใช้ในการปรุง เป็นอาหาร/เครื่องดื่ม ของที่ระลึก สินค้าอุปโภค-บริโภคอื่นๆ เป็นต้น
  • ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้หรือย่อยสลายได้ยาก รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
  • มีการตรวจวัดการใช้พลังงานของรถยนต์ และมีมาตรการลดปริมาณการใช้พลังงานพร้อมพยายามปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทน ทั้งในสำนักงานและในยานพาหนะ
  • หมั่นตรวจซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ เครื่องทำความเย็น-ความร้อน และอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุดและใช้พลังงานน้อยที่สุด
  • มีการตรวจวัดการใช้น้ำและมีมาตรการลดปริมาณการใช้น้ำบนยานพาหนะ เช่น การใช้โถชักโครกที่มีการใช้น้ำสองระดับและจำกัดการไหลของน้ำบริเวณอ่างล้างมือ เป็นต้น
  • ใช้น้ำอย่างประหยัดในการล้างยานพาหนะ
  • เลือกซื้อยานพาหนะ ที่มีการใช้เชื้อเพลิง/พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ หรือ ที่สามารถใช้พลังงานชีวภาพได้ เช่น ยานพาหนะที่ติดตั้งเครื่องยนต์รุ่นที่ใช้เชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพและมีการเผาไหม้ได้หมด
  • พนักงานขับรถ/ขับเรือ ต้องผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมที่เน้นถึงความปลอดภัยและการขับขี่แบบประหยัดพลังงาน
  • มีการบำบัดน้ำเสียและน้ำทิ้งอย่างมีประสิทธิภาพ
  • สละเวลาและใช้รถยนต์/เรือ/เครื่องบิน หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ของบริษัทสนับสนุนการดำเนินโครงการของชุมชนท้องถิ่น
  • จ้างงานคนท้องถิ่นและจัดให้มีการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และทักษะเกี่ยวกับการ บริหารจัดการทางการท่องเที่ยว
  • ในกรณีที่เป็นเรือขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือสำราญ (Cruise Ships) ควรปฏิบัติเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้
    1. ควรพยายามใช้พลังงานทดแทนบนเรือให้มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ เช่น พลังงานจากลมแสงอาทิตย์ แบตเตอรี่ และก๊าซเหลว ซึ่งจะช่วยลดมลภาวะทางเสียง กลิ่นอากาศและทางน้ำ
    2. มีการห้ามปรามนักท่องเที่ยวไม่ให้ทิ้งขยะและของเสียลงในน้ำ ขยะและของเสียทุกชนิดควรเผาทิ้งในเรือ หรือรวบรวมส่งฝั่งให้จัดการ
    3. สิ่งของ/ผลิตภัณฑ์ที่ยังสามารถใช้ได้อยู่แต่บริษัทไม่ต้องการใช้ต่อไปอีก อาจบริจาคให้แก่หน่วยงานหรือชุมชนท้องถิ่น
    4. น้ำเสีย/น้ำทิ้งนำกลับมาบำบัดเพื่อใช้ในการซักล้าง ทำความสะอาดเรือ และชักโครก
    5. มีการใช้ความเร็วเรือที่เหมาะสมเพื่อลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิง
    6. เปลี่ยนเครื่องกรองน้ำมันเครื่องที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องบ่อยครั้ง
    7. พยายามใช้พลังงานจากท่าเทียบเรือแทนพลังงานจากเครื่องยนต์เรือ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

GREEN LOGISTICS GUIDELINES FOR TOURISTS

Tourists are encouraged to change the mode of transportation or the behavior when using their personal vehicle from their residence to the destination to help save and/or efficiently use the energy or switch to alternative energy.

Guidelines for traveling to destination by private transportation

1. Car pool as it helps reduce the number of cars, save the gas and lessen the CO2 emission.
2. Don't overload your vehicle. Over 50 kilograms results in 1 kilometer less per 1 liter.
3. Maintain the appropriate amount of air pressure in all tyre. Lower air pressure consumes 30 percent more gas that the normal level.
4. Constant maintenance of the car ensure safety and help lower the gas consumption
5. Drive speed of 90 km/hour for long distance help reduce the gas consumption by 20 percent or 1 ton of CO2 per 30,000 kilometers
6. Switch to alternative energy like biodiesel or ethanol
7. Avoid rush hours
8. Turn off the engine when stopping for long or when there are no one in the car.
Show your responsibility by planning your trip in advance and choosing the least polluted options available.