Green Attraction

ตามรอยพระแก้วมรกต ที่วัดพระแก้ว

เชียงราย

       จุดหมายแรก เรามาที่วัดพระแก้ว บนถนนไตรรัตน์ วัดนี้เหมาะสำหรับคนที่สนใจประวัติความเป็นมาของพระแก้วมรกตที่ประดิษฐานอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่พบองค์พระแก้มรกตเมื่อครั้งที่องค์พระยังถูกห่อหุ้มด้วยปูนฉาบ ที่อยู่ภายในเจดีย์หลังพระอุโบสถ โดยในปี พ.ศ. 1977 ได้เกิดฟ้าผ่าลงมาที่องค์พระเจดีย์ จนเจดีย์พังทลายลง เป็นเหตุให้พบว่ามีองค์พระเนื้อมรกตถูกซ่อนไว้ภายใน หลังจากนั้นพระแก้มรกตจึงได้ถูกอันเชิญไปสู่เมืองต่างๆ ก่อนที่จะมีการอันเชิญไปประดิษฐานในกรุงเทพฯจนถึงปัจจุบัน

       ทุกวันนี้แม้พระแก้วมรกตองค์จริงได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระแก้วหรือ วัดพระศรีรัตนศาสนารามในกรุงเทพฯ แต่ที่วัดพระแก้วได้มีการสร้างพระแก้มรกตองค์จำลอง โดยใช้หยกเนื้ออ่อนจากแคนาดามาแกะสลักตามลักษณะองค์จริงทุกประการ เพียงแต่ขนาดเล็กกว่าองค์จริงประมาณ 2 นิ้ว ประดิษฐานอยู่หอพระหยกไม้สักทอง เป็นอาคารทรงล้านนาโบราณ ส่วนของผนังจะมีจิตรกรรมเล่าความเป็นมาของการสร้าง และการอันเชิญพระหยกเชียงรายสู่พระอาราม ประดับด้วยแผ่นหยกสะท้อนแสงไฟ ทำให้ภายในทั้งงามและน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง

       ในบริเวณไม่ไกลกัน เราก็จะได้ซึมซาบกับศิลปะล้านนา กับตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ หรือโฮงหลวงแสงแก้ว อาคารทรงล้านนาประยุกต์ ภายในอลังการด้วยสิ่งของที่จัดแสดง อาทิ พระพุทธรูป ศิลปะที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ฯลฯ นอกจากประวัติศาสตร์และพระพุทธรูปสำคัญของวัดที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวแล้ว ที่นี่กิมมิกที่แตกต่างคือมีต้นไม้ที่หาดูได้ยากคือ ต้นไก่ฟ้าพญาลอ หรือที่บางคนอาจจะคุ้นหูกับกระเช้าสีดามากกว่า ตัวดอกเป็นกระเปาะคล้ายลำตัวนก ส่วนปลายแยกออกดูคล้ายส่วนหาง แถมออกผลเป็นรูปทรงกระบอกดูแปลกตา