Green Community

ชุมชนบ้านปากแพรก เส้นทางจักรยาน สัมผัสประวัติศาสตร์มีชีวิต

กาญจนบุรี

       เป็นที่รู้กันว่ากาญจนบุรีคือเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญ โดยเฉพาะในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทหารญี่ปุ่นได้เข้าในพื้นที่แห่งนี้เพื่อเป็นทางผ่านสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า กาญจนบุรี จึงเป็นพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ในสมัยนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถานที่แห่งความทรงจำของคนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และญาติพี่น้องของเหล่าทหารสัมพันธมิตรที่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่กาญจบุรี ต่างกลับมาเยือนที่นี่กันอย่างน้อยปีละหนเพื่อมาร่วมรำลึกและมาสักการะดวงวิญญาณของทหารเหล่านั้น ทั้งที่สุสาน.... และการมาสัมผัสสะพานความแม่น้ำแคว สะพานแห่งความทรงจำของเหตุการณ์ครั้งสำคัญ ปัจจุบันแม้ประวัติศาสตร์ในแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญอย่างสะพานแม่น้ำแควจะกลายเป็นความทรงจำที่ค่อนข้างลบเลือน ขาดวิ่น แต่สำหรับชาวชุมชนปากแพรกกลับยังกระจ่างชัด ด้วยพวกเขาคือทายาทที่สืบทอดประวัติศาสตร์สายตรง บางคนยังมีความทรงจำในวัยเยาว์มาเล่าฝาก และที่สำคัญพวกเขายังอาศัยอยู่ในสถานที่ประวัติศาสตร์เหล่านั้นจนทุกวันนี้ และวันนี้พวกเขาได้ร่วมมือกันเป็นกลุ่มก้อนเป็น ชุมชนปากแพรก เพื่ออนุรักษ์สถานที่และเรื่องราวเพื่อส่งผ่านให้คนรุ่นหลังได้ตระหนัก ถึงศักดิ์และศรีของประเทศไทยจากอดีต จนถึงปัจจุบัน 
       ปัจจุบันชาวชุมชนปากแพรก หรือชุมชนบ้านเหนือ นอกจากการการจับกลุ่มสร้างประวัติศาสตร์ของชุมชนให้มีชีวิตกลับมาอีกครั้งแล้ว ยังมีการจัดการสมัยใหม่เข้ามาร่วมด้วยคือ การทำเป็นเส้นทางจักรยาน เพื่อสัมผัสกับอาคารโบราณ และวิถีชีวิตชุมชนบนถนนปากแพรก ที่มีอายุกว่า 180 ปี โดยเริ่มเส้นทางที่กำแพงเมืองกาญจนบุรี ใกล้พระบรมราชานุสาวรีย์พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ชุมชนนี้เริ่มก่อตั้งขึ้นในยุคสร้างเมืองกาญจนบุรี ในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อราวปี พ.ศ.2374 โดยเป็นการมาตั้งรกรากของชาวจีนและญวน เพื่อทำการค้า ตลอดเส้นทางจะมีจุดแวะให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ อย่างเช่น พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะ และเขลยศึก ตั้งอยู่ในวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมือง สถานที่นี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกเหตุการณ์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในตู้กระจกจะมีเสื้อผ้า อาวุธ และเครื่องยุทธภัณฑ์ต่างๆ ในสมัยนั้น และมีการสร้างอาคารกระท่อมไม้ไผ่เลียนแบบค่ายเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยภายในจะมีการรวบรวมภาพถ่าย ภาพเขียน และบทความแสดงชีวิตของเชลยศึก 

        เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00–18.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3451 1263

ความทรงจำแห่งบ้านปากแพรก
ระหว่างเส้นทางเราจะได้เห็นอาคารบ้านโบราณ ทั้งที่เป็นตึก และเป็นไม้ หรืออาคารครึ่งตึกครึ่งไม้สไตล์โปรตุกีส แต่ละหลังงดงามด้วยสถาปัตยกรรมต่างยุค แต่สิ่งที่ทำให้ถนนสายนี้อยู่ในความทรงจำคือ ประวัติของถนนเส้นนี้ และชีวิตในอดีตของคนในคนละแวกชุมชนปากแพรก อย่างเช่น บ้านแต้มทอง ความสำคัญคือ เป็นบ้าน 2 ชั้น แบบครึ่งตึกครึ่งไม้ และถือว่าเป็นบ้านตึกหลังแรกของเมืองกาญจนบุรี สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2410 อายุกว่า 144 ปี สถาปัตยกรรมแบบจีน เพราะทายาทเจ้าของตึกเล่าให้ฟังว่ารุ่นก๋งเป็นชาวจีนที่เดินทางมาค้าขายในประเทศไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 3 โดยได้นำช่างชาวจีนมาก่อสร้าง ตัวบ้านด้านหน้ามีซุ้มประตูแบบเก๋งจีน ประดับด้วยภาพเขียนลายจีนที่ผนัง หน้าจั่วประดับปูนปั้นลวดลายแบบจีน ภายในมีตู้และเตียงโบราณ โดยเฉพาะเตียงดำที่เจ้าของบ้านเคยใช้เป็นที่พักผ่อน ของสะสมที่ทรงคุณค่า เช่น เบี้ย และเงินที่ใช้กันในอดีต ปัจจุบันมีการต่อเติมระหว่างกำแพงเข้าสู่ตัวบ้าน และยังเป็นที่พักอาศัยของลูกหลานรุ่นที่ 5 



บ้านบุญผ่อง แอนด์ บราเดอร์
บ้านสำคัญอีกหลังซึ่งชีวประวัติของเจ้าของบ้านเคยได้รับการบันทึกเป็นสารคดีบอกเล่าถึงเกียรติประวัติ คือ บ้านบุญผ่อง แอนด์ บราเดอร์ เป็นตึกแถว 3 ชั้น 3 คูหา เจ้าของเดิมคือ ขุนสิริเวชภัณฑ์ บิดานายบุญผ่อง สิริเวชชะภัณฑ์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2460 ตัวอาคารยังงดงามจนถึงปัจจุบัน แต่สิ่งที่เติมชีวิตให้กับบ้านหลังนี้คือเกียรติประวัติของนายบุญผ่อง พ่อค้าที่ทำการค้าขายกับญี่ปุ่นในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่กลับอุทิศชีวิตอีกด้านหนึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือคนสำคัญให้กับเชลยศึก อาทิ การหาหยูกยา และเครื่องมือแพทย์เพื่อส่งให้เชลยศึกในยามสงคราม ซึ่งในสมัยสงครามถือเป็นความกล้าหาญเพราะหากทหารจับได้ก็หมายถึงโทษถึงชีวิตทีเดียว และการแอบช่วยฝ่ายพันธมิตรและเชลยศึกของนายบุญผ่องนั้น นอกจากช่วยชีวิตเชลยศึกแล้ว ยังเป็นการช่วยยับยั้งการเคลื่อนทัพของทหารญี่ปุ่น เพราะสัมพันธมิตรสามารถระเบิดสะพานได้หลายครั้ง ที่สำคัญความช่วยเหลือของนายบุญผ่อง ได้กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ไทยไม่ถูกลงโทษเสียค่าปรับสงครามเมื่อสัมพันธมิตรได้รับชัยชนะ นายบุญผ่องเองก็ได้รับการยกย่องจากเชลยศึกที่ได้รับอิสระหลังสงคราม รวมถึงเกียรติประวัติจากรัฐบาลออสเตรเลีย และอังกฤษได้มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และประดับยศเป็นพันโทในกองทัพอังกฤษ 

เส้นทางจักรยานชุมชนปากแพรก
นอกจากความงามของอาคารต่างๆแล้ว เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ส่งผ่านมารุ่นต่อรุ่นก็ทำให้เส้นทางสายนี้ให้ความสนุกและประทับใจของผู้มาเยือน และเรียกได้ว่าเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ทางตรง ทำให้ผู้มาเยือนสามารถนึกย้อนไปถึงวันวาน ไม่ว่าโรงแรมเก่าของญี่ปุ่นเป็นอย่างไร อาคารที่ทหารญี่ปุ่นเคยมาใช้เป็นสำนักงานบัญชาการ บ้านพักที่เคยเป็นเรือนหอของพระยาพหลพลพยุหเสนา อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย

        รวมถึงบ้าน คชวัตร ที่มีความเกี่ยวเนื่องของชีวิตในวัยเยาว์ของสมเด็จญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 เพราะฉะนั้น จุดหมายสุดท้ายของเส้นทางปั่นจักรยานจึงจบลงตรงที่บริเวณวัดเหนือ หรือวัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) ทรงเคยบรรพชา โดยเป็นวัดในละแวกบ้านสมัยเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ปัจจุบัน บริเวณด้านข้างมีการสร้างหอพระประวัติ อาคารทรงไทยยอดเจดีย์ ปลียอดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ภายในอาคาร มีการเก็บพระประวัติของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ให้คนที่สนใจได้เข้ามาสักการะและศึกษา 

Most View

ศิลปะบนเซรามิกกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี

สมุทรสาคร

ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านชนเผ่าม้งบ้านแม่สาใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่

ผจญภัยเรียนรู้อารยธรรมบ้านเชียง

อุดรธานี