เขาใหญ่ส่องสัตว์สัมผัสสายพันธุ์ธรรมชาติ ‘เพราะพลาสติกไม่ใช่อาหารของพวกเขา’

Article Green Story

ระบบการย่อยอาหารล้มเหลวน่ากลัวแค่ไหน อาจวัดจากที่โรคดังกล่าวเป็นสาเหตุที่ทำให้สัตว์ป่าภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ต้องเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก แน่นอนว่าระดับความอันตรายนั้นไม่ธรรมดา และโปรดตระหนักเอาไว้ด้วยว่ามนุษย์ คือ คนบงการฆ่าเพื่อนร่วมโลกต่างสายพันธุ์ ด้วยอาวุธถุงพลาสติกที่เรามักติดตัวไปเยี่ยมชม ท่องเที่ยว และเก็บเกี่ยวความสุขจากบ้านในป่าใหญ่ของพวกเขา ก่อนจะทั้งขว้างเอาไว้อย่างไม่ใยดีและไร้จิตสำนึก

 

ความอุดมสมบูรณ์ที่ถือเป็นปอดของประเทศไทยกินอาณาบริเวณครอบคลุม 11 อำเภอ ของ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา นครนายก ปราจีนบุรี และสระบุรี  ธรรมชาติมีความสวยงามและมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด อาทิ ช้างป่า กวางป่า เก้ง กระทิง เสือ ฯลฯ ทำให้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ต้องต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกถึงกว่า 16  ล้านคนต่อปี โดยมีกิจกรรมการท่องเที่ยวมากมาย

 

แต่การจะเลือกทำกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก็ควรต้องพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบถึงระดับความเอ็กซ์ตรีมที่ต้องการด้วย โดยเฉพาะสภาพจิตใจ สภาพร่างกาย และไลฟ์สไตล์ เพราะขึ้นชื่อว่าป่าแล้วคงไม่ง่ายแค่เที่ยวแบบชิลล์ๆ เท่านั้น เพราะนอกจากต้องมีจิตสำนึกนักอนุรักษ์ด้วยแล้ว ความปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเอาไว้ให้มาก

 

 

กิจกรรมส่องสัตว์ ถือเป็นขั้นระดับเบสิกและฮิตสุดๆ สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพราะแค่ทำการนัดหมายเวลากับเจ้าหน้าที่อุทยานที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนเวลา 18.00 น. ของทุกวัน โดยจะมีบริการเช่ารถจำนวน 2 รอบ รอบละไม่เกิน 10 คน ราคาเหมารวมต่อคัน 500 บาท คิดง่ายๆ ก็คือหัวละ 50 บาทเท่านั้น  เมื่อถึงเวลานัดพระจันทร์ขึ้น เจ้าหน้าที่ก็จะขับรถกระบะพร้อมไกด์ถือสปอร์ตไลท์ขนาดใหญ่ขับรถวนไปมารอบๆ อุทยาน ซึ่ง เม่น เก้ง กวาง จะเป็นสัตว์ที่มักชอบโชว์ตัวออกมาให้เห็นบ่อยๆ กลุ่มไหนโชคดีมากๆ อาจได้พบเจอกับพ่อช้างพลายหรือแม่ช้างพลาย ยิ่งถ้าได้เจอเป็นโคลงถือว่าสุดยอด แต่ความปลอดภัยก็ต้องอยู่ในระดับสุดยอดด้วยเช่นกัน ดังนั้นควรทำตามทำคำสั่งคำเตือนของเจ้าหน้าที่และไกด์ผู้ชำนาญอย่างเคร่งครัดเสียด้วย  โดยระยะทางในการส่องสัตว์ราว 10 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งเป็นอันจบกิจกรรม

 

ภาพการออกมาหาอาหารกินตามธรรมชาติยามค่ำเป็นความน่ารัก งดงาม และทำให้เห็นถึงความสำคัญทางความหลากหลายทางชีวภาพของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่แล้วสิ่งเหล่านี้กำลังจะถูกทำลายเนื่องจากปัญหาการกินขยะเข้าไปแทนอาหารจากธรรมชาติ???

รายงานจากวารสารสิ่งแวดล้อมของสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในบทความชื่อ ‘ภาพรวมมาตรการลดขยะพลาสติดแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในต่างประเทศ’ แต่ละปีประเทศไทยมีการผลิตและใช้ถุงพลาสติกว่า 45,000 ล้านใบ ในปี พ.ศ. 2560 ปริมาณขยะพลาสติกประเภทถุงพลาสติกหูหิ้วอยู่ที่ 517,054 ตัน แก้วน้ำพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 241,233 ตัน หลอดพลาสติก 3,873 ตัน กล่องโฟมบรรจุอาหาร 29,248 ตัน และหากคุณไปเที่ยวทำกิจกรรมและคุณทิ้งขยะพลาสติกเอาไว้เพียง 1 ชิ้น นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้น…

 

เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอาหาร อะไรคือถุงพลาสติก เมื่อมีเศษอาหารหรือกลิ่นหลงเหลือ ก็จะกินเข้าไปทั้งหมด โดยเฉพาะสัตว์ที่คุ้นชินกับมนุษย์มากๆ อย่าง เก้ง กวาง ช้าง นก เม่น จะรับประทานเข้าไปทุกอย่าง โดยที่ไม่รู้ตัวว่าขยะเหล่านี้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ดังนั้นสิ่งที่เราต้องปฏิบัติในฐานะผู้มาเยือนบ้านสัตว์ในป่าใหญ่ ซึ่งต้องท่องให้ขึ้นใจเอาไว้เลย คือ อย่าทิ้งขยะทุกชนิด ไม่ให้อาหารสัตว์ทุกชนิด ไม่ส่งเสียงรบกวน ไม่วางถุงอาหารทุกชนิดไว้ข้างนอก (ในกรณีกางเต็นท์) นำขยะกลับลงมาทิ้งข้างนอกอุทยาน หรือนำไปทิ้งในที่ที่ทางอุทยานเตรียมไว้ให้อย่างมิดชิด

 

นอกจากพฤติกรรมการเป็นผู้มาเยือนที่มีมารยาท (ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์) ที่ดีแล้ว ก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสมในการแต่งกายกันสักหน่อย เพื่อให้ทุกอย่างพร้อม ไล่เรียงกันตั้งแต่เสื้อกันฝนหรือร่ม ควรเลือกเอาขนาดที่เหมาะสมในการพกพาส่วนสีสันขึ้นอยู่กับความชอบสำหรับสายฮิปสเตอร์หรือแฟชั่นแนะนำให้ใช้สีแดง หรือน้ำเงินเข้มล้วน เพราะเวลาถ่ายรูปออกมาจะตัดกับธรรมชาติสีเขียวสุดๆ ต่อกันที่เสื้อผ้าควรเลือกที่ไม่หนาพร้อมที่จะเปียกและแห้งง่าย ตามด้วยเสื้อกันหนาวเพราะในยามค่ำคืนจะมีลมโกรกและอากาศหนาวเย็น สุดท้ายสำคัญมากๆ คือ ร้องเท้าแบบยางและมีรัดส้น เพื่อป้องกันการลื่นและสะดุดล้มได้ดีกว่ารองเท้าทั่วไป

 

ต้องบอกก่อนว่านี่คือชุดและอุปกรณ์ที่เหมาะที่สุด (ที่ไม่ใช่การเดินเท้าเข้าป่าอย่างจริงจัง) สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการเดินทางมาท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ คือ ในระหว่างเดือนธันวาคม (หน้าหนาว) ไปจนถึงเมษายน (หน้าร้อน) ของทุกปี เพราะถึงจะเข้าสู่ช่วงหน้าร้อน ทว่าฝนที่เขาใหญ่ก็ไม่เคยขาดเม็ด

 

 

อยากที่บอกไว้ข้างต้นว่า กิจกรรมส่องสัตว์ เป็นเพียงหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวระดับเบสิกเท่านั้น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างรอให้นักท่องเที่ยวมาชื่นชมและเก็บความสุขกลับไป ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะสั้นและเส้นทางเดินป่าประเภทท่องไพร แบ่งเป็น เส้นทางศึกษาธรรมชาติ เส้นศูนย์บริการนักท่องเที่ยว – น้ำตกกองแก้ว  ระยะทางประมาณ 1,200 เมตร  เส้นทางนี้จะปูด้วยตัวหนอนมีป้ายสื่อความหมายตลอดเส้นทาง  นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าด้วยตัวเองได้ เส้นทางเดินป่าประเภทไม่พักแรมมีอยู่ 13 เส้นทาง  เส้นทางเดินป่าประเภทท่องไพรเป็นเส้นทางที่ต้องมีการพักค้างแรมในป่า ใช้เวลาค้างคืนตั้งแต่ 1-3 คืน สามารถติดต่อเดินป่าได้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ใกล้เคียงและที่ทำการอุทยานฯ ตลอดจนกิจกรรมดูนก ขี่จักรยาน ลองแก่ง จุดชมวิว น้ำตก หรือผาสูง เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้เที่ยวครบจบทุกไลฟ์สไตล์แนวแอดแวนเจอร์

 

สภาพจากพลาสติกอุดตันอยู่ในกระเพาะและลำไส้ ก่อนที่จะบดบังร่างกายไม่ให้ดูดซึมแร่ธาตุและน้ำ หากไม่ได้รับการเยียวยารักษาเพื่อนร่วมโลกต่างสายพันธุ์ของเราก็จะทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสก่อนหมดลมหายใจไป หากเรายังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์และยังคงท่องเที่ยวกันอย่างเคย ไม่นานนักนอกจากกิจกรรมการส่องสัตว์อาจไม่มีให้เราได้เห็น การกางเต็นท์นอนอาบน้ำค้างชมแสงดาวท่ามกลางผืนป่า และเดินเท้าเข้าป่าค้างแรมสัมผัสกับธรรมชาติอันอุดมอาจหมดสิ้นลงไปด้วย เมื่ออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กลายเป็นเขตพิเศษห่วงห้ามต้องปิดปรับปรุงตลอดไป หรือร้ายยิ่งกว่าถ้าหากที่นี่กลายสภาพเป็นกองภูเขาขยะพลาสติกขนาดมหึมาไร้สิ่งมีชีวิตใดแทน

 

ถุงพลาสติกหนึ่งใบใช้เวลา 450 ปี สำหรับการย่อยสลายเองตามธรรมชาติ ระหว่างนี้ต้องมีสัตว์กี่ชนิดหรือกี่ตัวที่ต้องตายไป…ทุกอย่างอยู่ที่พวกเรา